วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คว่ำบาตรอาหาร:เครื่องมือเกมการเมืองปูติน

รัสเซียตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรชาติตะวันตกระลอกใหม่ เนื่องจากวิกฤติยูเครนด้วยการห้ามนำเข้าอาหารจากประเทศเหล่านี้

หน่วยงานควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารของรัสเซีย รอสเซลโคซนัดเซอร์ ระบุว่า สินค้าต้องห้ามนำเข้า ได้แก่ นม, ชีสและหัวหอมจากยูเครน, ลูกพีชจากกรีซ, ลูกพรุนจากเซอร์เบีย แอ๊ปเปิลและกระหล่ำปลีจากโปแลนด์ และเนื้อวัวจากสเปน เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ มีองค์ประกอบที่เป็นพิษ และมีแบ็คทีเรียอันตราย หรือไม่ก็ละเมิดกฎเกณฑ์อื่น ๆ

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สหภาพยุโรป หรือ อียู และสหรัฐ ได้หารือกันเรื่องที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย รอสเซลโคซนัดเซอร์ ก็ระบุว่า พบว่าอาหารที่นำเข้าจากต่างชาติเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคของรัสเซีย จึงได้สั่งห้ามสินค้านำเข้าจากอียูหรือ สหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว รัสเซีย ห้ามนำเข้าผักและผลไม้จากโปแลนด์ ฐานละเมิดความปลอดภัยด้านอาหารซ้ำซาก ทำให้โปแลนด์ ที่ได้ชื่อว่ามีจุดยืนแข็งแกร่งที่สุดในการสนับสนุนรัฐบาลยูเครน ต้องสูญเสียมูลค่าทางการตลาด มากกว่า 1 ล้านยูโร หรือราว 41,000 ล้านบาท

ก่อนหน้าที่โปแลนด์จะถูกตอบโต้ รอสเซลโคซนัดเซอร์ ได้ห้ามนำเข้ามันฝรั่ง, นมถั่วเหลือง, น้ำผลไม้, ผักและผลไม้กระป๋อง, นม, ชีส, และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรอื่นๆจากยูเครน โดยอ้างเหตุผลว่า พบร่องรอยของยาปฏิชีวนะ หรือ การติดฉลากที่มีการละเมิด ทั้งยังขู่ว่า จะห้ามนำเข้านมผงจากลัทเวีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอียู, ไก่จากสหรัฐ รวมถึง ผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ จากยูเครนด้วย

เหตุผลของรัสเซีย ในการห้ามนำเข้าสินค้าเหมือนกันทุกครั้ง คือปกป้องผู้บริโภค และเพื่อสุขภาพของประชากร และไม่เคยพาดพิงเรื่องการเมือง ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรของสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย นายนิโคไล พานคอฟ ระบุว่า ยูเครน เป็นประเทศที่มีสงคราม เหตุใดรัสเซียจึงต้องนำเข้าเนื้อสัตว์ ที่ตายเพราะกระสุนปืนใหญ่ด้วย

ที่ผ่านมา รัสเซีย มักถูกกล่าวหาว่า ใช้การค้าเป็นอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างเหตุผลด้านสุขภาพ ในการห้ามนำเข้าสินค้า เพื่อเป็นแนวทางในการกดดันเพื่อนบ้าน โดยเมื่อปี 2549 รัสเซียห้ามนำเข้าไวน์จากจอร์เจีย ที่หันไปหานโยบายมุ่งตะวันตก ส่งผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากไวน์ เป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดไปยังรัสเซีย และมาตรการลงโทษของรัสเซียยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เมื่อสองฝ่ายทำสงครามกันช่วงสั้น ๆ เมื่อปี 2551 และเพิ่งจะยกเลิกเมื่อปีที่แล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ รัสเซีย เพิ่งจำกัดการนำเข้าเนื้อวัว, ผลไม้ และไวน์ จากมอนโดว่า หลังมอนโดว่า ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู เมื่อเดือนมิถุนายน ทั้งที่เคยได้รับผลประโยชน์ในด้านสิทธิพิเศษทางการค้าจากรัสเซีย ซึ่งรัสเซียได้เตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า จำเป็นต้องใช้มาตรการปกป้องเศรษฐกิจและผู้บริโภค ในขณะที่ยูเครน กับมอนโดว่า เริ่มทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู

รัสเซีย อาจหาสินค้าทดแทนได้ด้วยการหันไปนำเข้าจากประเทศอื่น แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืช, ยาฆ่าแมลงและเครื่องมือทำฟาร์ม และนอกจากประเทศในยุโรปแล้ว รัสเซียก็กำลังหันไปเล่นงานสหรัฐด้วย โดยได้ห้ามนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐ เมื่อปี 2556 และร้านอาหารฟ้าสต์ฟู้ดชื่อดัง แม็คโดนัลด์ ก็โดนด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ติดรายละเอียดของแคลอรี่ ไม่ตรงกับฉลาก และไม่ผ่านกฎเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหาร