กลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนการอุ้มบุญ เรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียออกกฎหมายที่ชัดเจน หลังเกิดกรณี"น้องแกรมมี่"
กลุ่มเคลื่่อนไหวสนับสนุนการอุ้มบุญในออสเตรเลีย ได้เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายที่ชัดเจน หลังจากหญิงชาวไทยที่รับอุ้มบุญ ต้องรับผิดชอบเด็กทารกเพศชาย ที่มีอาการดาวน์ ซินโดรม เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กที่ไม่เปิดเผยตัว ไม่ยอมเอาเด็กกลับออสเตรเลียไปด้วย โดยนำกลับไปเฉพาะแต่คู่แฝดที่เป็นเพศหญิงและสุขภาพสมบูรณ์ นอกจากนี้ เด็กชายผู้น่าสงสารยังป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิดที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอีกด้วย
แม่อุ้มบุญชาวไทยบอกว่า เธอเลี้ยงเด็กชายที่ชื่อว่า "น้อมแกรมมี่" ด้วยตัวเอง ขณะที่การรณรงค์ขอความช่วยเหลือทางออนไลน์ สามารถระดมเงินได้ 185,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 6 ล้านบาทแล้ว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคดาวน์ ซินโดรม ปอดติดเชื้อ และโรคหัวใจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความวิตกว่า ออสเตรเลียอาจจะห้ามการไปหาแม่อุ้มบุญในต่างประเทศ
รายงานข่าวระบุว่า แม่อุ้มบุญรายนี้ได้รับค่าจ่างจำนวน 15,000 ดอลลาร์ หรือราว 480,000 บาท เพื่อแลกกับการอุ้มบุญให้กับคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย ซึ่งมีรายงานว่า ทั้งคู่ได้ขอให้เธอทำแท้ง หลังทราบอาการของทารกที่มีอายุครรภ์ได้ 4 เดือน แต่เธอปฏิเสธ โดยบอกว่า ขัดต่อหลักพุทธศาสนา
ทั้งนี้ ในออสเตรเลีย การจ้างอุ้มบุญถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำให้คู่สามีภรรยาที่มีบุตรยาก ต้องไปหาแม่อุ้มบุญที่พอใจจะตั้งท้องแทนโดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งกลุ่มเซอร์โรเกซี่ ออสเตรเลีย ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงว่า คู่สามีภรรยาหลายคู่ ไปแสวงหาแม่อุ้มบุญในต่างประเทศ ซึ่งในแต่ละปี จะมี 400-500 คู่ ที่ไปจ้างแม่อุ้มบุญในอินเดีย ไทย สหรัฐและที่อื่นๆ





