สหรัฐเตรียมรักษาหมอติดเชื้ออีโบลา หลังเดินทางถึงสหรัฐจากไลบีเรีย แยกดูแลในห้องทันสมัยพิเศษ
ซึ่ง 1 ใน 4 แห่งของประเทศอยู่ที่โรงพยาบาลเอมโมรี ถือเป็นการรักษาอีโบลาครั้งแรกในสหรัฐ ขณะผอ.องค์การอนามัยโลกจี้กินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอนเพิ่มการรับมือ
สหรัฐส่งเครื่องบินกัลฟ์สตรีมพร้อมเต็นท์แยกบริเวณเป็นสัดส่วน ไปรับนายแพทย์เคนต์ แบรนต์ลีย์ แพทย์อเมริกันที่ไปช่วยรักษาผู้ป่วยอีโบลาในไลบีเรียจนติดเชื้อ กลับมาถึงฐานทัพอากาศดอบบินส์นอกเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย จากนั้นมีรถพยาบาลและยานพาหนะหลายคันเข้าไปรับนายแพทย์แบรนต์ลีย์ แล้วออกเดินทางไปยังโรงพยาบาลเอมโมรี
ในภาพมีบุคคล 3 คนที่สวมชุดป้องกันสีขาว ลงมาจากรถพยาบาล หนึ่งในนั้นคือนายแพทย์แบรนต์ลีย์ ด้านภรรยาของนายแพทย์แบรนต์ลีย์ขอให้ผู้คนสวดมนต์วิงวอนให้สามีของเธอและผู้ติดเชื้อคนอื่น หายจากอาการป่วย
นายแพทย์เจย์ วาร์คีย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อแห่งเอมโมรี กล่าวว่ายังไม่สามารถแสดงความเห็นได้จนกว่าจะมีการประเมินอาการนายแพทย์แบรนต์ลีย์ ขณะที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าไม่มีการรักษาที่ตายตัว แต่มีกระบวนการมาตรฐานคือให้สารละลายที่ประกอบอิเล็กโทรไลต์ หรือให้ของเหลวทางหลอดเลือดดำ
สำหรับนางแนนซี ไรต์โบล มิชชันนารี ที่ไปช่วยดูแลผู้ป่วยในไลบีเรียและติดเชื้อเช่นกันนั้น คาดว่าจะได้รับการลำเลียงมายังสหรัฐในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นายแฟรงกลิน เกรแฮม ประธานซามาริทันส์เพิร์ส ซึ่งเป็นองค์กรที่นายแพทย์แบรนต์ลีย์ทำงานให้ กล่าวว่าขอบคุณพระเจ้าที่ทั้งสองคนมีชีวิตอยู่และได้รับการดูแลที่ดีที่สุดในโลก
ทั้งนี้ นายแพทย์แบรนต์ลีอายุ 33 ปี มีลูก 2 คน ส่วนนางไรท์โบล อายุ 59 ปีมีลูก 2 คน
รักษาครั้งแรกในสหรัฐ
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) สถาบันสุขภาพแห่งชาติ องค์การอนามัยโลก และโรงพยาบาลเอมโมรีจะช่วยเหลือในการรักษาผู้ป่วยทั้งสอง โดยนายแพทย์แบรนต์ลีย์และนางไรท์โบลจะได้รับการรักษาที่แผนกตรวจแยกเชื้ออันทันสมัยของโรงพยาบาล และเคยใช้เป็นสถานที่รักษาผู้ติดเชื้อซาร์สเมื่อปี 2545-46 มาแล้ว เอมโมรีเป็น 1 ใน 4 โรงพยาบาลในสหรัฐที่มีแผนกแยกรักษาอย่างดีอันเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือไวรัสที่มีโอกาสติดเชื้อสูง ทั้งยังอยู่ใกล้สำนักงานใหญ่ซีดีซีในเมืองแอตแลนตา
การนำตัวนายแพทย์แบรนต์ลีย์กลับมารักษา นับเป็นครั้งแรกที่มีการรักษาผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลาในสหรัฐ และเรียกเสียงวิจารณ์ในบางกลุ่ม โดยนายโดนัลด์ ทรัมพ์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจ กล่าวว่าควรห้ามคนไข้กลับเข้ามาในสหรัฐ แต่นายบรูซ ริบเนอร์ ซึ่งดูแลแผนกแยกรักษาในโรงพยาบาลเอมโมรี กล่าวว่าบุคคลทั้งสองไปปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรมจนติดเชื้อ คนทั้งหลายเป็นหนี้พวกเขาซึ่งสมควรได้รับการรักษาที่ดีที่สุด
ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าความปลอดภัยและความมั่นคงของคนอเมริกัน ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสูงสุด อีกทั้งยังได้มีการระมัดระวังขั้นสูงสุดในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบนเครื่องบินที่ไม่ใช่พาณิชย์ ทั้งยังแยกตัวไว้ต่างหากทันทีที่มาถึง
"แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอมโมรี สามารถรักษาพวกเขาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ซึ่งติดเชื้ออีโบลาขณะปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม" แถลงการณ์ของโรงพยาบาลเอมโมรี ระบุ
3 ชาติเห็นพ้องตั้งเขตกักกัน
กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน 3 ชาติในแอฟริกาตะวันตกที่เผชิญการระบาดของไวรัสอีโบลา ตกลงในการประชุมสุดยอดที่จะตั้งเขตกักกันบริเวณตามแนวพรมแดน โดยมีตำรวจและทหารคอยดูแล ส่วนผู้ติดเชื้อที่ถูกแยกตัวไว้จะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่
ไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ของเขตกักบริเวณ แต่ศูนย์กลางการระบาดมีรัศมีเกือบ 300 กม. ตั้งแต่เมืองเคเนมาทางตะวันออกของเซียร์ราลีโอน ไปถึงเมืองมาเซนตาทางใต้ของกินี และกินบริเวณส่วนใหญ่ทางเหนือสุดอันเป็นป่าของไลบีเรีย
นางมากาเรต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวในการประชุมสุดยอดว่าการรับมือของทั้ง 3 ประเทศยังไม่เพียงพอ เพราะการระบาดดำเนินไปรวดเร็วกว่าความพยายามควบคุม หากสถานการณ์เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดผลพวงร้ายแรงในแง่ของการสูญเสียชีวิต และความเสี่ยงที่จะลามไปประเทศอื่น
"การระบาดเกิดขึ้นในบริเวณที่มีการเคลื่อนย้ายของผู้คนข้ามแดนไปมา ทั้งยังสามารถระบาดผ่านการเดินทางทางอากาศ ซึ่งตรงข้ามกับการระบาดครั้งที่ผ่านๆ มา นอกจากนั้น ยังเกิดการระบาดในพื้นที่ชนบทที่ยากเข้าถึง รวมถึงในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนอยู่หนาแน่น" นางชานระบุ พร้อมเสริมว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสะท้อนว่าการระบาดสามารถยับยั้งได้ และประชาชนทั่วไปไม่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ
นางชานกล่าวว่าวิธีปฏิบัติตามประเพณีอย่างประเพณีการฝังศพแบบดั้งเดิมและความเชื่อที่หยั่งรากลึก เป็นสาเหตุสำคัญของการระบาดและเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมการระบาด เพราะผู้คนเชื่อกันว่าการแยกผู้ป่วยไปรักษาเดี่ยว เป็นเหมือนการตัดสินประหารชีวิต ทำให้มีการนำผู้ป่วยไปรักษาเองที่บ้านหรือปรึกษาหมอพื้นเมือง
เอมิเรตส์ระงับเที่ยวบิน
อีโบลา ซึ่งไม่มีวัคซีนในการป้องกัน คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อประมาณ 2 ใน 3 ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อปี 2519 การระบาด 2 ครั้งก่อนหน้านี้มีอัตราผู้เสียชีวิตเกือบ 90% แต่อัตราผู้เสียชีวิตในการระบาดครั้งล่าสุดต่ำกว่าเฉลี่ยคืออยู่ที่ 55%
ความวิตกว่าไวรัสอาจระเบิดไปประเทศอื่นผ่านการเดินทางทางอากาศมีมากขึ้น โดยบรรดาประเทศในยุโรปกับเอเชียพากันตรวจเข้ม เช่นเดียวกับประเทศในแอฟริกาที่ไม่มีการระบาด
สายการบินเอมิเรตส์ของดูไบเป็นสายการบินแรกของโลกที่ประกาศระงับเที่ยวบินไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
เอฟดีเอพร้อมพิจารณาการรักษา
การระบาดครั้งร้ายแรงของอีโบลา กดดันผู้ดูแลกฎระเบียบของสหรัฐให้เร่งพัฒนาวิธีรักษาไวรัส โดยคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) แถลงว่าพร้อมประสานกับบริษัทต่างๆ และผู้ดูแลกฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องดูแลคนไข้ที่ต้องการการรักษาอย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอฟดีเอเผยว่าเอฟดีเอจะพิจารณาข้อเสนอของการรักษาภายใต้คำขออนุญาตใช้ยาฉุกเฉินเป็นการพิเศษ หากประโยชน์ของการรักษามีมากกว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
แถลงการณ์ของเอฟดีเอมีขึ้นหลังจากแพทย์หลายคนเรียกร้องเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มียารักษาอีโบลา เพราะมีการมองว่าตลาดมีขนาดเล็กเกินกว่าจะได้รับความสนใจจากบริษัทเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่ๆ
ขณะที่เมื่อต้นเดือนนี้ เอฟดีเอระงับการทดลองยาทีเคเอ็ม-อีโบลาของบริษัทเทคไมราฟามาซูติคอล อันเป็นยาตัวหนึ่งสำหรับอีโบลาที่มีการพัฒนาจนพร้อมทำการทดลองกับมนุษย์ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองยาของเทคไมรากับคนที่มีสุขภาพดีเพียงไม่กี่คน และเอฟดีเอขอให้ยุติการศึกษาเพราะวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยในหมู่ผู้ที่รับยาปริมาณมากซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
นายโธมัส กีสเบิร์ต แห่งภาควิชาการแพทย์ มหาวิทยาลัยเทกซัส ซึ่งเคยทดลองยาของเทคไมราในสัตว์ กล่าวว่ามีไม่กี่บริษัทที่พร้อมพัฒนายาอีโบลาเพราะไม่ค่อยมีแรงจูงใจทางการเงินเนื่องจากตลาดมีขนาดเล็ก สำหรับการทดลองยานี้กับลิงนั้นได้ผลดี ส่วนใหญ่เพราะมีการให้ยาในช่วงแรกของการติดเชื้อ





