ธ.โลกชี้ประธานาธิบดีใหม่อินโดนีเซีย อาจต้องเจอกับภารกิจที่ลำบาก ในความพยายามที่จะทำให้ผู้คนหลุดพ้นจากความยากจน
ธนาคารโลกชี้ ประธานาธิบดีใหม่อินโดนีเซีย อาจต้องเจอกับภารกิจที่ลำบาก ในความพยายามที่จะทำให้ผู้คนหลุดพ้นจากความยากจน ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจประเทศชะลอตัวลง ซึ่งอาจทำให้ช่องว่างจน-รวย ขยายวงมากขึ้น
ในรายงานรายไตรมาสฉบับล่าสุด ที่เพิ่งเปิดเผยออกมานั้น ธนาคารโลกระบุว่า ชาวอินโดนีเซีย ได้ลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ที่จะต้องเข้ามาเจอกับทางเลือกที่ยากลำบาก เป็นปัญหาที่อาจต้องเพิ่มแรงกดดันทางการเงิน และต้องดำเนินการปฏิรูปเป็นจำนวนมาก เพื่อทำให้เศรษฐกิจมีศักยภาพมากขึ้น
ธนาคารโลกยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียลงมาอีกครั้ง เหลือเพียงแค่ 5.2% ในปีนี้ จากเดิมที่ 5.3%
ก่อนหน้านั้น ธนาคารโลกเคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอินโดนีเซียจะเติบโตตลอดทั้งปีนี้ที่ 6.5% แต่ปรับลดคาดการณ์ลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเข้า และการลงทุน
นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกผู้เชี่ยวชาญด้านอินโดนีเซีย "นายเอ็นเดียเม ดิออพ" เตือนว่า สถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดอาจไม่ได้เป็นไปตามวงจรธรรมชาติ แต่สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวในเชิงโครงสร้างมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณความท้าทายต่อนายโจโก วิโดโด ในการทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ว่า จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้พ้นจากความยากจน และลดช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวย
ธนาคารโลกตั้งข้อสังเกตว่า ความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้ในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 และขยายตัวรวดเร็วเป็นอันดับสองของทวีปเอเชียรองจากจีน
แตกต่างจากสถานการณ์ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง แต่มีอัตราความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ต่ำ
ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์เคยผ่านช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ลดลงหรือคงตัว
ความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ที่ขยายวงกว้างในอินโดนีเซีย มีสาเหตุมาจากการที่อินโดนีเซียไม่พัฒนาบริการพื้นฐานของรัฐจำพวกการศึกษาและสาธารณสุข ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจขยายตัว ผลที่ตามมาคือครัวเรือนยากจนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจเหมือนคนรวย
ผู้อำนวยการแผนกอินโดนีเซียของธนาคารโลก "นายโรดริโก เอ. ชาเวส" กล่าวว่า อินโดนีเซียไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไม่เสมอภาคในโอกาส บางคนได้เปรียบ บางคนเสียเปรียบ
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนพัฒนาแห่งชาติ "นางอาร์มินดา อลิสจาห์บานา" ให้ความเห็นในรายงานของธนาคารโลก เห็นด้วยกับประเด็นความไม่เท่าเทียมกันว่าเป็นการบ้านที่รัฐบาลใหม่ต้องศึกษา แต่เธอโต้แย้งว่า รัฐบาลประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน ได้วางโครงการตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานไว้หลายโครงการ ไว้ให้ประธานาธิบดีคนใหม่เร่งบรรเทาปัญหาความยากจนแล้ว รัฐบาลใหม่เพียงแค่สานต่อโครงงานที่มีอยู่เดิมเท่านั้น





