วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบฎไร้ระบบแยกเครื่องบินเหตุเอ็มเอช17โดนยิง

มุมมองนักวิเคราะห์ชี้กบฎไร้ระบบแยกเครื่องบินเหตุเอ็มเอช17โดนยิงร่วง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินหลายคน ลงความเห็นว่า ถ้าฝ่ายกบฎแบ่งแยกดินแดนในยูเครนเป็นผู้ที่ยิงเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 298 คน ก็อาจเป็นเพราะกลุ่มกบฏ ไม่มีระบบที่สามารถแยกแยะระหว่างเครื่องบินทหาร และเครื่องบินพลเรือนได้

เจ้าหน้าที่สหรัฐ เชื่อว่าเอ็มเอช17 ถูกยิงโดยขีปนาวุธ เอสเอ-11 จากดินแดนในเขตยึดครองของฝ่ายกบฎที่ฝักใฝ่รัสเซีย ขณะที่ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ "ซาแมนธ่า โพเวอร์" มองว่า รัสเซียอาจให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคในการใช้งานระบบโจมตี แต่ยังมีปัจจัยที่ว่า ระบบเครื่องยิงขีปนาวุธเอสเอ-11 หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ บุ๊ค ต้องเชื่อมต่อกับเรดาร์ของศูนย์บัญชาการกลาง และไม่สามารถยิงได้เองโดยลำพัง เพื่อแยกแยะเครื่องบินที่จะตกเป็นเป้าหมาย

ขณะพลอากาศตรีโรเบิร์ต ลาทิฟฟ์ แห่งกองทัพอากาศสหรัฐ ระบุว่า ถ้าขีปนาวุธถูกยิงโดยไม่มีการแยกแยะประเภทของเครื่องบิน และนำไปสู่การสูญเสียเอ็มเอช 17 ก็จะถือว่าเป็นอาชญากรรมที่เกิดจากความประมาท เนื่องจากสายการบินพาณิชย์มีความถี่ในการสื่อสาร และสัญญาณวิทยุ ที่สามารถระบุตำแหน่งได้ ทั้งระดับความสูงและความเร็ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ระบบเรดาร์ จับเครื่องบินลำเลียงที่บินในระยะ 30,000 ฟุตได้ และไม่อยากพลาดโอกาส จึงได้ยิงทันที โดยไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนยิง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร ของหนังสือพิมพ์ โนวาย่า กาเซต้า รัสเซีย "พาเวล เฟลเกนฮาวเออร์" บอกว่า ข้อมูลล่าสุด พบว่า ฝ่ายกบฎไม่มีระบบนี้ ซึ่งง่ายต่อการที่พวกเขาจะทำผิดพลาด และยิงเครื่องบินโดยสาร ทั้งที่จริงต้องการยิงเครื่องบินลำเลียงของกองทัพยูเครน ส่วนสำนักงานอาร์ไอเอ โนวอสติ ของรัสเซีย ได้อ้างความเห็นของ คอนสแตนติน ซิฟคอฟ ผู้อำนวยการสถาบันว่าด้วยปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ ภูมิศาสตร์ในมติของการเมือง ระบุว่า ขีปนาวุธบุ๊ค ควรใช้งานกับระบบภายนอกที่สามารถระบุเป้าหมายที่จะโจมตีได้ แต่ฝ่ายกบฎก็ไม่มีระบบวิทยุในการค้นหาตำแหน่งเป้าหมายเช่นกัน และถ้าไม่มีเรดาร์หรือวิทยุค้นหาตำแหน่ง คนที่ยิงขีปนาวุธก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่า เป้าหมายที่พวกเขายิงคืออะไร