วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ.ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤติ

บ.ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤติ ส่งผลให้บริษัทหลายแห่ง ต้องเพิ่มค่าจ้าง ซึ่งเสี่ยงต่อการล้มละลาย

การขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่นระดับวิกฤติ ส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมหลักหลายประเภท ตั้งแต่การก่อสร้าง ไปจนถึงภาคการบริการ ประกอบกับค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายบริษัท เสี่ยงที่จะปิดกิจการ และแน่นอนว่า จะกระทบต่อแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

อุตสาหกรรมการบิน ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวด้วยเช่นกัน เริ่มจาก พีช เอวิเอชัน ที่ประกาศลดเที่ยวบินจำนวนกว่า 2,000 เที่ยว หรือราว 16% ส่วนเจ็ตสตาร์ แจแปน และ วานิลลา แอร์ ก็ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวในฤดูร้อนนี้แล้ว เพราะขาดแคลนกัปตันและนักบิน

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยมาซูโอะ ยาซูโอะ ยามาโมโตะ พูดถึงปัญหานี้ว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ มีอัตราต่ำอย่างน่าใจหาย และภายในปี 2573 จะเหลือประชากรวัยแรงงานเพียง 13 ล้านคนเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่น จำเป็นต้องแก้กฎหมายการจ้างงานใหม่ เพื่อให้มีการจ้างแรงงานจากต่างประเทศได้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เตรียมเพิ่มแรงงานต่างชาติมากถึง 200,000 คน ภายในปี 2593 ทว่าแผนดังกล่าวถูกปฏิเสธ แต่รัฐบาล ก็เตรียมยุทธศาสตร์สำรองเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยจะเพิ่มผู้ฝึกงานจากต่างชาติ และออกมาตรการสนับสนุน เพื่อเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงในที่ทำงาน และต่ออายุงานให้กับผู้สูงอายุ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมาก มองว่า ความพยายามนี้ อาจไม่ตอบโจทย์ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

นอกจากนี้ ข้อมูลของทางการยังระบุว่า ผู้ประกอบการเสนองานกว่า 109 ตำแหน่ง ในขณะที่มีผู้ต้องการงานเพียง 100 คน ขณะที่มีการโฆษณารับสมัครงานของบริษัทที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำ เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า ในภาวะที่มีทางเลือกมากมาย ผู้หางานชาวญี่ปุ่นต่างมองหางานที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า

ซูกิยะ เชนร้านอาหารราคาถูก ที่บริหารงานโดย เซนโชโฮลดิงส์ ออกมาขอโทษผู้ถือหุ้น กรณีปิดสาขากว่า 200 แห่ง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากพนักงานชั่วคราวลาออกเป็นจำนวนมากจนไม่เพียงพอที่จะให้บริการ ส่วน วาตามิ ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ก็ปิดสาขา 60 แห่งที่มีกำไรต่ำ โดยคิดเป็น 10% ของกิจการ เพราะไม่สามารถหาพนักงานพาร์ทไทม์มาทำงานได้เช่นกัน

ด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้างก็ได้รับผลกระทบด้วย นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศในปี 2554 ประกอบกับมีโครงการก่อสร้างจำนวนมาก เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิค ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2563 ทำให้ความต้องการแรงงานเพิ่มสูงขึ้นถึง 8 เท่า ทว่าแรงงานกลับมีจำนวนเท่าเดิม

ส่วน โคเมริ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ ลดจำนวนสาขาที่จะเปิดใหม่จากเดิม 40 แห่ง เหลือเพียง 30 แห่งในปีที่แล้ว เนื่องจากต้องจ้างแรงงานในอัตราที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 20-30%

เช่นเดียวกับบริษัทขนส่ง โทโฮ ที่ให้บริการรถบรรทุกกว่า 400 คันใน นาโงยา เมืองอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ต้องสำรองพนักงานถึง 1 ใน 10 ให้เพียงพอกับจำนวนงานที่เพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยผลสำรวจของกระทรวงคมนาคม ระบุว่า บริษัทรถบรรทุกญี่ปุ่น ประสบภาวะขาดแคลนแรงงานถึง 55% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

การขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่น ยังส่งผลให้บริษัทหลายแห่ง ต้องเพิ่มค่าจ้าง ซึ่งเสี่ยงต่อการล้มละลาย ผลวิจัยหลายชิ้น ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้บริษัทต้องปิดตัวลงในปีนี้ 10 แห่ง เพิ่มจาก 4 แห่งในปีที่ผ่านมา