วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐทุ่มโฆษณาหยุดปัญหาเด็กลอบเข้าเมือง

รัฐบาลสหรัฐต้องทุมงบฯแก้ปัญหาลักลอบเข้าเมืองนับวันจะมีจำนวนผู้ลักลอบเพิ่มขึ้น

การลักลอบเข้าเมือง เป็นปัญหาเรื้อรังของสหรัฐ และนับวันจะมีจำนวนผู้ลักลอบเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาความยากจน และอัตราการว่างงานของประเทศเพื่อนบ้าน ทว่าเรื่องที่น่าหดหู่กว่านั้นคือ พ่อแม่ในอเมริกากลาง นิยมส่งบุตรหลานลักลอบเข้าสหรัฐตามลำพังเยอะมาก โดยคิดว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงอันตราย เพื่อให้เด็ก ๆ รวมถึงพวกเขาเอง ที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า หากเข้ามาทำมาหากินในสหรัฐ

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ จิล เคอร์ลิโคสกี ให้ข้อมูลว่า ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตขณะพยายามข้ามชายแดนถึง 226 คน และในช่วงเดียวกัน เด็ก 52,000 คนถูกจับโทษฐานพยายามเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ส่วนมากเกิดขึ้นทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส

รัฐบาลสหรัฐ จึงอนุมัติงบประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32 ล้านบาท เพื่อรณรงค์และโฆษณาให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศแถบอเมริกากลาง อย่าง ฮอนดูรัส กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ ตระหนักถึงอันตรายที่จะส่งบุตรหลานหนีเข้าเมือง และทางการจะผลักดันพวกเขากลับประเทศ

แผนรณรงค์นี้ ครอบคลุมถึงการโฆษณา ที่จะถูกติดตั้งบนบิลบอร์ด และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หลายร้อยจุด พร้อมทั้งออกสปอตวิทยุและโทรทัศน์กว่า 6,500 สถานีในประเทศเป้าหมาย

ภาพบนป้ายโฆษณา ปรากฏรูปรอยเท้าเด็กที่วิ่งหลบหนีไปในทะเลทราย พร้อมข้อความกำกับว่า ความคิดที่ว่าลูกหลานจะได้เอกสารอนุญาตให้อาศัยในสหรัฐได้โดยง่ายเป็นความคิดที่ผิด

ส่วนสปอตโทรทัศน์ ที่เตรียมออกอากาศในกัวเตมาลา เป็นเรื่องราวของเด็กชาย ที่กำลังออกเดินทางจากบ้านเกิด มายังสหรัฐตามลุงของเขา แม้แม่จะขอร้องไม่ให้ไป เขาอ่านจดหมายที่แม่เขียนเตือนเกี่ยวกับอันตรายของแก๊งอาชญากรรมในเม็กซิโก ซึ่งในเวลาต่อมา เขาได้ถูกลักพาตัว และถูกบังคับให้เดินในทะเลทรายหลายวัน เด็กชายเขียนจดหมายถึงลุงว่า โอกาสอาจไม่ใช่ของเขา ภาพสุดท้ายเป็นร่างของเด็กชายทรุดลงกับพื้นในทะเลทราย และโฆษณาดังกล่าว จบด้วยข้อความว่า พวกเขาคืออนาคตของเรา จงช่วยกันปกป้องพวกเขา

โฆษกศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ ไฮเม รุยซ์ บอกว่า นอกจากประเทศในแถบอเมริกากลางแล้ว แคมเปญดังกล่าว ยังมีกลุ่มเป้าหมายเป็นญาติในสหรัฐ ที่ให้การช่วยเหลือบุตรหลานจากอเมริกากลาง เดินทางเข้ามาสหรัฐด้วย โดยหวังให้ตระหนักถึงความอันตรายของการหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งจะใช้เวลาประชาสัมพันธ์และรณรงค์นาน 11 สัปดาห์

ด้านเคอร์ลิโคสกี กล่าวเพิ่มเติมว่า การหลบหนีเข้าเมืองมายังสหรัฐ ไม่มีความปลอดภัย หรือสัญญาผูกมัดอนาคตที่ดีขึ้น เด็กหลายคนอาจตกเป็นเหยือของกลุ่มค้ามนุษย์ หรือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พวกเขาอาจถูกขโมยทรัพย์สิน ลักพาตัว ข่มขืน ทารุณกรรมทางเพศ หรือแม้แต่บังคับใช้แรงงาน

ล่าสุด มีรายงานว่า พบศพเด็กชายชาวกัวเตมาลา วัย 15 ปีคนหนึ่ง ในพุ่มไม้ที่ห่างจากแม่น้ำริโอแกรนด์ราว 1 ไมล์ ขณะกำลังเดินทางไปพบกับพี่ชายในชิคาโก้