วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำใหม่อิเหนากับ'พายุเศรษฐกิจ'

(รายงาน) ผู้นำใหม่อิเหนากับ 'พายุเศรษฐกิจ' เนื่องจากมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียซึ่งจัดให้มีขึ้นวันนี้ (9 ก.ค.) จะเผชิญการท้าทายอย่างมากในการประคองเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ โดยประเด็นที่ต้องรับมือมีตั้งแต่การลดเงินอุดหนุนพลังงาน การต่อสู้กับการทุจริต การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการเพิ่มการใช้จ่ายสำหรับผู้มีฐานะยากจน

ประเด็นสำคัญที่สุดคือการหาสมดุลระหว่างกระแสชาตินิยมทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้น จนบดบังความน่าดึงดูดในสายตานักลงทุน

ในบรรดาผู้สมัคร 2 คนนั้น นายโจโด วิโดโด ซึ่งเคยมีคะแนนนิยมนำโด่งแต่ถูกตีตื้นจนนำอยู่เพียงไม่กี่จุด เป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุน ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตาคนนี้ถูกมองว่ามือสะอาดในประเทศที่การทุจริตมีอยู่แพร่หลาย ทั้งยังมีท่าทางจะเป็นนักปฏิรูป แม้ช่วงหาเสียงเขาออกไปในทางชาตินิยมมากขึ้นจนทำให้บางคนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

ในทางตรงข้ามกับนายปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งนักลงทุนในตลาดรู้สึกเป็นกังวล เพราะอดีตนายพลผู้นี้มีรากเหง้าสมัยซูฮาร์โต อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องการใช้วาจาดุดันและต่อต้านต่างชาติ

แต่นักวิเคราะห์มองว่า ไม่ว่าใครชนะการเลือกตั้งจะพบว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงเปราะบาง นายลาทิฟ อดัม แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ ชี้ว่าประธานาธิบดีคนใหม่จะรับมรดกปัญหาทางเศรษฐกิจไปมากมาย เพราะมองเผินๆ แล้วเศรษฐกิจอยู่ในสภาพดี ขยายตัวได้ปีละประมาณ 6% ผลจากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น อินโดนีเซียยังฟันฝ่าวิกฤติในตลาดเกิดใหม่เมื่อปีที่แล้วมาได้หลังจากเกิดความวิตกว่าเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยุติมาตรการกระตุ้นแล้ว ทุนต่างชาติจะไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนา ความวิตกดังกล่าวทำให้รัฐบาลกรุงจาการ์ตาจัดทำการปฏิรูป

อย่างไรก็ตาม ความเฟื่องฟูด้านสินค้าโภคภัณฑ์โลกได้จบลง ขณะที่เศรษฐกิจช่วงต้นปีนี้ขยายตัวต่ำสุดตั้งแต่ปี 2552 และการปฏิรูปก็แผ่วลงเพราะกระแสทุนต่างชาติไม่ได้ไหลออกมากเมื่อเฟดเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตร

นักวิเคราะห์เตือนว่ารัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดแนวทางใหม่ในการผลักดันการเติบโต อันดับแรกที่ต้องทำคือการค่อยๆ ลดเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลที่ทำให้ราคาน้ำมันในอินโดนีเซียอยู่ในระดับต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย แต่กินงบประมาณรัฐไปประมาณ 20%

นายวิโดโดรับปากจะยุติการอุดหนุนทั้งหมด ขณะที่นายปราโบโวจะลดลงอย่างมาก แต่หากลดเงินอุดหนุนลงมากก็จะดันเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น และกระทบต่อผู้มีฐานะยากจนหลายล้านคนที่ผู้สมัครทั้งสองคนหาเสียงไว้ว่าจะช่วยเหลือ

นอกจากนั้น การเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ส่วนการทุจริต โดยเฉพาะในภาครัฐ ก็เป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับนักลงทุน อีกทั้งผู้นำใหม่ยังต้องเคลื่อนไหวอย่างสมดุลระหว่างการพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติกับกระแสในประเทศที่เรียกร้องให้ดำเนินนโยบายปกป้องการค้ามากขึ้น เช่นห้ามส่งออกสินแร่

สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้สร้างปัญหาให้บริษัทต่างชาติหลายแห่งในระยะหลัง จนบางแห่งเลือกที่จะไม่ตั้งสาขาในอินโดนีเซีย อย่างผู้ผลิตอุปกรณ์แบล็คเบอร์รีที่ไม่ใช้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค ทั้งที่อินโดนีเซียเป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท และหันไปเลือกมาเลเซียแทน เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานดีกว่าและกฎระเบียบน้อยกว่า

"จะไม่มีช่วงฮันนีมูนสำหรับประธานาธิบดีใหม่" นายอดัมเตือน