ชาวมุสลิมเมืองมัณฑะเลย์ของพม่ายังใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา แม้ทางการจะรักษาความปลอดภัย หลังเกิดความรุนแรงระลอกใหม่
ชาวมุสลิมในเมืองมัณฑะเลย์ของพม่ายังคงใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา แม้ทางการจะรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดหลังเกิดความรุนแรงระลอกใหม่
ในการประชุมร่วมของผู้นำศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม เมื่อวันเสาร์ (5 ก.ค.) ผู้นำเครือข่ายผู้นำมุสลิม "นายเทียน วิน อ่อง" เผยว่า ชาวมุสลิมในพม่าดำรงชีวิตยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่มีความปลอดภัยเลย แม้แต่ในการทำพิธีฝังศพ หรือละหมาดในเดือนรอมฎอน จึงกล่าวได้ว่าสันติภาพยังไม่เกิดแก่ชาวมุสลิม
ขณะที่พระภิกษุรูปหนึ่งกล่าวว่าสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นในระยะสั้น เพราะยังคงมีความตึงเครียดอยู่มากทั้งในหมู่ของชาวพุทธ และชาวมุสลิม
เหตุจลาจลระลอกใหม่ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่คืนวันอังคาร (1 ก.ค.) ต่อเนื่องมาถึงคืนวันพุธ มีประชาชนบาดเจ็บ 19 คน เสียชีวิต 1 คน ทำให้ตำรวจต้องประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 21.00-5.00 น. ในคืนวันพฤหัส เพื่อป้องกันเหตุลุกลามบานปลาย และขยายเคอร์ฟิวมาจนถึงวันเสาร์ (5 ก.ค.) เนื่องจากในวันศุกร์มีชาวพุทธราว 300 คนถือมีด ดาบ และท่อนไม้ไผ่ ขับรถจักรยานยนต์ตระเวนไปรอบเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของพม่า พร้อมขู่ว่าจะสังหารชาวมุสลิมอีก เป็นเหตุให้ตำรวจต้องปิดล้อมชุมชนมุสลิมเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีสุสาน และโรงเรียนภายในชุมชุนถูกเผา
เหตุรุนแรงระหว่างประชาชน 2 ศาสนานี้ปะทุขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 240 คน และต้องอพยพจากบ้านเรือนอีกกว่า 140,000 คน โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมที่มีสัดส่วนเพียง 5% ของจำนวนประชากรเท่านั้น





