ผลการสำรวจล่าสุดของบริษัทวิจัยนีลเสนระบุว่าผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความตระหนักทางสังคมมากที่สุด
แม้ราคาสินค้าในฟิลิปปินส์จะพุ่งสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังประสบปัญหาจากความวุ่นวายทางการเมืองต่อเนื่อง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจหยุดยั้งให้ผู้บริโภคเลิกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ผลการสำรวจของนีลเสน พบว่า ผู้บริโภคเกือบ 80% ในฟิลิปปินส์ กล่าวว่าพวกเขายินดีจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าที่ส่งผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รองลงมาคือผู้บริโภคเวียดนาม 73% และผู้บริโภคชาวไทย 71% เปรียบเทียบกับสหรัฐและแคนาดาที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าที่ห่วงใยสังคม 43%
นางอามาเบล แมกโนเลีย อาเบลลา วัย 43 ปี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัทซัพพลายเออร์ระบบเบาะรถยนต์ระดับโลก ให้เหตุผลว่า เธอยินดีจ่ายตราบเท่าที่รับรู้ว่าสินค้านั้นช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป แต่เธอจำเป็นต้องรู้ด้วยว่า ผลกระทบที่แท้จริงของสินค้านั้นคืออะไร เมื่อรู้แล้วก็จะคิดอีกครั้งว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ โดยเฉพาะกับสินค้าที่สร้างความเสียหายให้สิ่งแวดล้อม
สำหรับแบรนด์ที่ให้คำมั่นว่าจะสร้างความแตกต่าง นางอามาเบลมองว่า การพูดแบบนี้ฟังดูมีคุณธรรมมาก แต่ถ้าจะให้ดีจำเป็นต้องทำให้เห็น ถ้าบอกว่าจะสร้างความแตกต่างก็ต้องแสดงให้เห็นจริง
นายโนเอล คาบายน นักร้องนักแต่งเพลงวัย 50 ปี มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่ายอมจ่ายแพง หากสินค้านั้นจริงใจต่อภารกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แล้วนำผลกำไรที่ได้บางส่วนไปทำโครงการอนุรักษ์ เขาจะไม่ซื้อที่มีสารพิษ และไม่สนับสนุนบริษัทที่มีส่วนในการทำลายสภาพแวดล้อม ส่วนบริษัทที่บอกว่าจะสร้างความแตกต่าง มีโครงการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม แต่กลับตัดต้นไม้ สิ่งที่รณรงค์มาย่อมไม่มีความหมาย
นายวูซ่วนตุง โปรแกรมเมอร์ไอที วัย 33 ปี เขาเต็มใจจ่ายแพงเพราะเป็นวิธีที่ช่วยคืนประโยชน์กลับสู่สังคม แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นนั้นจะต้องสมเหตุสมผลด้วย จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้สนใจหาข้อมูลสิ่งแวดล้อมบนสินค้ามากนัก แต่จะมองหาตัวเลือกอื่นหากได้ข้อมูลมาว่า สินค้านั้น ๆ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านนางสาวบุย เดียว ลินห์ ตัวแทนบริการลูกค้าวัย 23 ปีจากเวียดนาม บอกว่า เธอเต็มใจจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าที่รับผิดชอบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม เพราะสินค้าเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เพียงให้ประโยชน์อย่างมากต่อลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดมีสุขภาพต่อสังคมโดยรวม เพื่อการดำรงชีวิตของคนรุ่นต่อไปด้วย
ในการตัดสินใจซื้อสินค้าเธอจะเลือกสินค้าที่นำกลับมารีไซเคิลได้ ทำจากส่วนประกอบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สารเคมีมีพิษ เธอซื้ออาหารสดตามธรรมชาติ ไม่ใส่สารกันบูด
สำหรับบริษัทที่ประกาศภารกิจสร้างความแตกต่าง นางสาวลินห์มองว่า บริษัทเหล่านี้ถือเป็นฮีโรในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ พวกเขาจะเป็นหัวขบวน รัฐบาลควรกระตุ้นให้บริษัทมีพันธกิจสร้างความแตกต่างให้กับสภาพแวดล้อมมากขึ้นไปเรื่อย ๆ





