จีนชี้แจง เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศลดลง 6.7% ยืนยันกรณีพิพาทหมู่เกาะไม่ได้ทำให้เอฟดีไอลด
กระทรวงพาณิชย์จีน รายงานว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอในจีน ลดลง 6.7% เหลือ 8,600 ล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.เมื่อกับเดือนเดียวกันในปีก่อน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี เอฟดีไอ ซึ่งไม่รวมการลงทุนในภาคการเงิน มีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้น 1.6% ที่ 48,910 ล้านดอลลาร์ และในเดือนเม.ย.เพียงเดือนเดียว มีมูลค่า 8,700 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. การลงทุนจากสหภาพยุโรป ลดลง 22.1% เหลือ 2,580 ล้านดอลลาร์ ด้านการลงทุนจากอาเซียน ลดลง 22.3% เหลือ 2,540 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินลงทุนจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 5 ของจีน ดิ่งลง 42.2% โดยไม่เปิดเผยตัวเลข
ที่ผ่านมา จีน มีข้อพิพาทดินแดนกับหลายชาติในภูมิภาค และความตึงเครียดกับเวียดนาม ขึ้นไปถึงขีดสุด หลังจากที่จีนนำแท่นขุดเจาะน้ำมันไปวางในทะเลจีนใต้ ใกล้หมู่เกาะพาราเซล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เวียดนามอ้างสิทธิ์ แต่โฆษกกระทรวงพาณิชย์ นายเฉิน ตันหยาง ปฏิเสธว่า ข้อพิพาทดังกล่าว ไม่ได้เป็นสาเหตุ ทำให้การลงทุนจากชาติอาเซียนลดลง
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า นักลงทุนอันดับต้นของจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ คือฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยการลงทุนจากเกาหลีใต้ และอังกฤษพุ่งขึ้น 87.9% และ 62.2% ตามลำดับ ส่วนการลงทุนจากสหรัฐลดลง 9.3%





