"บีเอ็นพี" ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส ปลดผู้บริหารสังเวยถูกปรับเงิน
บีเอ็นพี พารีบาส์ ปลดผู้บริหารระดับสูงหนึ่งราย หลังจากมีแนวโน้มว่าจะถูกสหรัฐเรียกค่าปรับกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ กรณีทำผิดกฎดำเนินธุรกรรมในประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตรทั้ง อิหร่าน ซูดาน และคิวบา
บีเอ็นพี พารีบาส์ ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศส ปลดนายจอร์จ โชดร็อง เดอ คูเซล วัย 63 ปี ผู้บริหารระดับสูง หลังถูกทางการสหรัฐ ตั้งข้อกล่าวหาว่าละเมิดกฎระเบียบด้วยการทำธุรกรรมในประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตร ทั้งอิหร่าน ซูดาน และคิวบา ในช่วงปี 2545-2552 ทำให้ธนาคารถูกตั้งค่าปรับเป็นเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์
ธนาคารยืนยันว่า นายโชดร็อง เดอ คูเซล ซึ่งจะเลิกทำงานในวันที่ 30 มิ.ย. หลังจากทำงานมา 42 ปี จะเกษียณตัวเอง โดยไม่มีการกล่าวถึงข้อหาใดๆ จากทางสหรัฐ ซึ่งการตัดสินใจเกษียณจากงานอย่างกะทันหันของเจ้าหน้าที่อาวุโสรายนี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นการยอมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบกรณีที่ธนาคารต้องเสียค่าปรับเป็นเงินก้อนโต
หลายเดือนก่อนหน้านี้ นายเบนจามิน ลอว์สกี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมกฏระเบียบของภาคธนาคารในนิวยอร์ก ได้เรียกร้องให้มีการไล่นายโชดร็อง เดอ คูเซล ออก ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ อาจจะปลดนายโชดร็อง เดอ คูเซลออก เพื่อให้สหรัฐยอมลดค่าปรับลง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐ เตรียมกดดันให้ธนาคารปลดผู้บริหารระดับสูงอีกคนหนึ่ง คือนายวิเวียน เลวีกาบัว ผู้ควบคุมภายในบีเอ็นพี พาริบาส์ ทวีปอเมริกาเหนือและยังเป็นที่ปรึกษาใหญ่ของธนาคาร นอกจากนี้ แหล่งข่าวหลายแห่ง ยังเปิดเผยว่านายลอว์สกี้ เรียกร้องให้มีการปลดพนักงานอีก จากกรณีฝ่าฝืนกฎระเบียบทำธุรกรรมในประเทศที่สหรัฐคว่ำบาตรด้วย





