วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีซีบีลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ

อีซีบีลดดอกเบี้ยสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ หวังกระตุ้นธนาคารปล่อยกู้มากขึ้น ป้องกันเงินฝืดซ้ำรอยญี่ปุ่น

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นครั้งแรกที่อีซีบีใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบติดลบ อันหมายความว่ามีการคิดเงินกับธนาคารที่ฝากเงินไว้ชั่วข้ามคืน เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารต่างๆ ไม่ต้องนำเงินมาฝากไว้กับธนาคารกลางและนำไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจรวมถึงผู้บริโภค

การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายที่การรับมือภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงต่ำกว่าเป้าหมายของอีซีบี และการปล่อยกู้ที่อยู่ในระดับต่ำในเขตที่ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เสี่ยงที่จะฉุดยูโรโซนให้เผชิญภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจ

อีซีบีปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเป็น ลบ 0.1% (-0.1%) จาก 0% อันหมายความถึงการคิดค่าธรรมเนียมกับธนาคารต่างๆ ที่ฝากเงินไว้ชั่วข้ามคืน ทั้งยังลดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เหลือ 0.15% จาก 0.25% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินลงเหลือ 0.40% จาก 0.75%

ทั้งนี้ ดอกเบี้ยเงินฝากคือดอกเบี้ยที่ธนาคารต่างๆ ได้จากเงินฝากข้ามคืนกับธนาคารกลางในยูโรโซน ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์คือดอกเบี้ยที่อีซีบีจัดหาสภาพคล่องสำหรับระบบธนาคารผ่านการทำรีไฟแนนซ์ในแต่ละสัปดาห์ และดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินคือการปล่อยกู้ข้ามคืนให้แก่ธนาคารในประเทศสมาชิกยูโรโซน

การเคลื่อนไหวนี้เป็นไปตามการคาดหมายของตลาดเงินอยู่แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนของอีซีบี รวมถึงนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี พูดเป็นนัยมาหลายสัปดาห์ ซึ่งหลังจากมีการประกาศข่าวนี้ นักลงทุนในตลาดเทขายเงินยูโรลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือนที่ระดับ 1.375 ยูโรต่อดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ได้เผยผลการสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าอีซีบีจะลดดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เหลือ 0.1% และดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 0.1% รวมถึงทำการรีไฟแนนซ์เพื่อหาเงินแก่บริษัทต่างๆ ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้วรอยเตอร์รายงานว่าอีซีบีได้จัดเตรียมมาตรการต่างๆ รวมถึงการลดดอกเบี้ยและมาตรการจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มการปล่อยกู้แก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก

นายคาร์สเทน เซสกี นักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็นจีแบงก์ กล่าวว่า อีซีบีได้เข้าสู่มิติใหม่ ในความพยายามพยุงเศรษฐกิจยูโรโซน แม้การเคลื่อนไหวนี้อาจไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความสามารถของอีซีบี

ด้านนายโฮเวิร์ด อาร์เชอร์ นักวิเคราะห์แห่งไอเอชเอสโกลบอล กล่าวว่าการเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจและเป็นเรื่องสมเหตุสมผล พิจารณาจากความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่ต่ำมากมานานในยูโรโซนอันเสี่ยงที่จะเกิดเงินฝืด

ก่อนหน้านี้ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น เตือนว่ายูโรโซนไม่ควรประมาทกับความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะเงินฝืด อันเป็นสิ่งที่ญี่ปุ่นเจอมาหลายสิบปี

อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ในระดับที่นายดรากีระบุว่าเป็นระดับอันตราย เพราะต่ำกว่า 1% มาตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาอาหารที่ลดลง ทั้งยังสืบเนื่องมาจากค่าแรงและการปรับอื่นๆ ในประเทศยูโรโซน

อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลพวงที่ตกไปถึงบริษัทต่างๆ อย่างทั่วถึงในยูโรโซน เช่นบริษัทในโปรตุเกสต้องจ่ายดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.4% สำหรับเงินกู้ เทียบกับ 2.2% ในฟินแลนด์กับฝรั่งเศส สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งพึ่งพาเงินทุนจากธนาคาร ทั้งยังมีบทบาทมากในทางเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น นายดรากียังเผยเค้าโครงแผนการมูลค่า 400,000 ล้านยูโรเพื่อปล่อยกู้แก่ภาคธนาคาร หวังเป็นแรงจูงใจให้ปล่อยกู้ จากปัจจุบันที่ธนาคารต่างๆ เก็บเงินไว้เตรียมรับการทดสอบฐานะ โดยมาตรการเหล่านี้รวมถึงการขยายเวลาให้สภาพคล่องดอกเบี้ยต่ำอย่างไม่จำกัดแก่ธนาคารต่างๆ และการเตรียมซื้อหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์หนุนหลังเพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก

"เพื่อสนับสนุนการปล่อยกู้แก่ครัวเรือนและบริษัทนอกภาคการเงิน เราจะจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์ระยะยาวมากขึ้น ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนก.ย. 2561 หรือมีระยะเวลาประมาณ 4 ปี" นายดรากีระบุ

นอกจากนั้น อีซีบีได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อลงด้วย โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 0.7% ปีนี้ ซึ่งนับว่าลดลงมาจากเป้าหมายเดิม 2% สำหรับปีหน้าคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.1% และเพิ่มเป็น 1.4% ในปี 2559

หลังจากอีซีบีประกาศการตัดสินใจครั้งนี้แล้ว ปรากฏว่าหุ้นดาวโจนส์ในตลาดนิวยอร์กขยับขึ้น 0.1% หรือ 16.03 จุดในช่วงแรกของการซื้อขายวานนี้ (5 มิ.ย.) ส่วนดัชนีดีเอเอกซ์ในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตทะลุระดับจิตวิทยาที่ 10,000 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ระดับ 9,991.93 ระหว่างการซื้อขาย