รัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จากการผลิตพลังงานไฟ้า ลงให้ได้ 30% ภายในปี 2573
การกำหนดเป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครั้งนี้ของรัฐบาลวอชิงตัน ถือเป็นโครงการบรรเทาภาวะโลกร้อน ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยจะประกาศข้อกำหนดทั้งหมดได้ในปีหน้า ช่วงเวลาเดียวกับการลงนามสนธิสัญญา ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ ของชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อสรุป ตั้งแต่ปี 2552 ว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจก เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชากรโลก แต่สหรัฐไม่ได้ดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มการใช้พลังงานทางเลือก จนกระทั่งปีถัดมา
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในสหรัฐ คิดเป็น 1 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศในรอบ 1 ปี ทำให้สหรัฐ เป็นประเทศที่ทำให้โลกร้อนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน
หนึ่งในแผนการจัดสรรพลังงานของสหรัฐคือ ลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งเคยเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ปัจจุบัน มีการใช้ถ่านหินไม่ถึง 40 %ของการผลิตไฟฟ้าโดยรวม โดยมีการทดแทนด้วยพลังงานอื่นๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์





