กระแสคว่ำบาตรโรงแรมบรูไนลามถึงฝรั่งเศส

กระแสคว่ำบาตรโรงแรมบรูไนลามถึงฝรั่งเศส

สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า กระแสเหล่าคนดังคว่ำบาตรเครือโรงแรมหรูของกษัตริย์บรูไน หลังบรูไนเริ่มใช้กฎหมายอิสลาม เริ่มลามมาถึงฝรั่งเศสแล้ว

สถานีวิทยุฟรานซ์อินโฟ รายงานว่า การคว่ำบาตร ซึ่งมีกระแสเริ่มต้นมาจากเหล่าคนดังในฮอลลีวู้ด อย่าง "โอปราห์ วินฟรีย์" ที่ประกาศตัดสัมพันธ์กับ "เบเวอร์ลีย์ ฮิลส์" ที่กษัตริย์บรูไนถือหุ้นอยู่นั้น เริ่มส่งผลกระทบต่อการจองห้องพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวอย่าง "พลาซา แอธินี" และ "เลอ มอริซ" ในกรุงปารีสแล้ว

ทั้ง 2 โรงแรม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหรูหราราวกับพระราชวัง เป็นกิจการในเครือดอร์เชสเตอร์ คอลเลกชัน บริษัทที่กษัตริย์ฮัซนัล โบลเกียห์ แห่งบรูไนเป็นเจ้าของอยู่ ผ่านทางสำนักงานเพื่อการลงทุนบรูไน

กระแสคว่ำบาตรนี้เกิดขึ้น หลังตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา บรูไนกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำกฎหมายที่บัญญัติตามกฎข้อบังคับของศาสนาอิสลาม หรือ "ชารีอะห์" เข้ามาใช้ ซึ่งกฎหมายนี้กำหนดโทษเฆี่ยนตี ตัดอวัยวะ และประหารชีวิตด้วยการเขวี้ยงก้อนหิน สำหรับผู้กระทำผิดในคดีอาญาอย่าง ข่มขืน มีสัมพันธ์นอกสมรส และรักร่วมเพศ

อย่างไรก็ดี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการดอเชสเตอร์ คอลเลกชัน "นายฟรังซัวส์ เดลาเฮย์" ออกมาประณามการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า เขาไม่ได้ปกป้องกฎหมายชารีอะห์ แต่กำลังปกป้องตำแหน่งงานให้กับลูกจ้างราว 3,500 คน เพราะหากมีการคว่ำบาตร ไม่มีลูกค้าเข้าพัก ก็จะต้องมีการปลดพนักงานตามมา