วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

อินเดียทำอย่างไรให้พลังงานสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตไฟฟ้าในปี 2025

อินเดียทำอย่างไรให้พลังงานสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตไฟฟ้าในปี 2025

ก่อนสิ้นปีไม่นานมานี้ อินเดียเพิ่งมีการรายงานตัวเลขการลงทุนด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งมีหลายตัวเลขเป็นที่น่าตกใจ เพราะในปี 2025 ที่ผ่านมาอินเดียเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนราว 50 กิกะวัตต์

ด้วยเงินลงทุนเกือบ 2 ล้านล้านรูปี ซึ่งทำให้ในปีที่ผ่านมากำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งใหม่ของประเทศกว่าครึ่งหนึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเร็วกว่ากรอบเป้าหมายปี 2030 ถึง 5 ปี

แน่นอนว่าความสำเร็จของอินเดียนี้เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้อย่างยิ่ง แต่คำถามที่ตามมาคืออะไรเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้นโยบายพลังงานหมุนเวียนของอินเดียประสบความสำเร็จเร็วกว่าที่คาด 

เหตุปัจจัยสำคัญข้อแรกอาจมุ่งไปที่ “ความเอาจริงของภาครัฐ” โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการลงทุนอย่างเร่งด่วนในหลายพื้นที่พร้อมกันมากกว่าที่จะรอโครงการลงทุนขนาดใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีโครงการส่งเสริมการลงทุนพลังงานหมุนเวียนผุดเป็นดอกเห็ดขึ้นทั่วประเทศอินเดีย โดยเฉพาะการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ปีที่ผ่านมามีกำลังผลิตมากถึง 35 กิกะวัตต์

เหตุปัจจัยที่สองที่นำพาอินเดียประสบความสำเร็จ ในการผลักดันพลังงานหมุนเวียนนอกจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนแล้ว อีกเรื่องคือ “หาเงินทุนให้” คือ รัฐบาลไม่ปล่อยให้เอกชนลงทุนเองอย่างโดดเดี่ยวหรือหาเงินทุนมาลงทุนเอง แต่มีการจัดหาแหล่งเงินทุนมาสนับสนุนให้ด้วย 

คาดว่ารัฐบาลร่วมกับสถาบันการเงินร่วมกันปล่อยสินเชื่อให้ภาคเอกชนมากกว่า 11 ล้านล้านรูปี นับตั้งแต่ปี 2014 และเฉพาะแค่ช่วงปี 2025 คิดเป็นมูลค่ามากถึง 2.7 ล้านล้านรูปี โครงสร้างแบบนี้เอื้อให้เอกชนตัดสินใจลงทุนง่าย เพราะความเสี่ยงด้านการเงินถูกลดทอน และมีสัญญาณชัดว่ารัฐบาลจะให้ความสนับสนุนในระยะยาว

ปัจจัยที่สามคือ อินเดียเร่งส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน จากเดิมที่การลงทุนเหล่านี้เป็นบทบาทของภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ โดยอินเดียตัดสินใจแก้ไขกฎระเบียบมากมายเพื่อเอื้อให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนผลิตไฟฟ้าได้ ทั้งยังกระจายอำนาจการตัดสินใจเหล่านี้ไปยังรัฐบาลระดับรัฐ เพื่อเอื้อต่อการสร้างการแข่งขันของตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศ 

นี่คือ การกระจายการเติบโตจากศูนย์กลางไปสู่พื้นที่ ซึ่งในทางนโยบายก็คือ การกระจายอำนาจเชิงพลังงานให้ประชาชน ธุรกิจท้องถิ่น และผู้เล่นรายย่อยมีบทบาทมากขึ้นนั่นเอง

ปัจจัยสุดท้าย ซึ่งอินเดียมองคล้ายกับจีนคือการมองว่าพลังงานหมุนเวียนเป็น “อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ” ไม่ใช่แค่นโยบายความมั่นคงพลังงานหรือสิ่งแวดล้อม

ฉะนั้น รัฐบาลจึงมีแผนงานมากมายเพื่อหนุนสร้างอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการในประเทศและลดการนำเข้า การวางเกมแบบนี้คือ การสร้างห่วงโซ่อุปทาน สร้างงาน สร้างเทคโนโลยี และสร้างแต้มต่อด้านการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เรื่องสร้างโรงไฟฟ้า

4 ปัจจัยความสำเร็จนี้ของอินเดียน่านำมาถอดบทเรียนใช้กับประเทศไทยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการออกแบบนโยบายแบบครบทั้งระบบ ผ่านกระจายอำนาจพลังงานให้มากขึ้น ลดอุปสรรคด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายและกติกาซื้อขายไฟ ทำให้การขออนุญาตต่าง ๆ มีความชัดเจนและเร็วพอที่เอกชนจะวางแผนลงทุนได้ 

และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐต้องยกระดับมุมมองว่า “พลังงานหมุนเวียน = อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ไม่ใช่เรื่องเสริมภาพลักษณ์สีเขียว เพราะเมื่อรัฐผูกเป้าพลังงานเข้ากับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม เงินลงทุน สินเชื่อ และแผนงานต่าง ๆ จะติดตามมาด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราเกิดอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศได้ด้วย