ชาวยูเครนเริ่มทยอยใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี ท่ามกลางวิกฤติครั้งเลวร้ายที่เริ่มจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาล
ชาวยูเครนเริ่มทยอยใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเวลา 12.00 น.ของวันนี้ (25 พ.ค.) ตามเวลาไทย ท่ามกลางวิกฤติครั้งเลวร้ายที่เริ่มจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจนนำไปสู่การโค่นล้มประธานาธิบดี และจุดชนวนให้เกิดกระแสแบ่งแยกดินแดนในขณะนี้
หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศเปิดให้ประชาชนเข้าใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เวลาเที่ยงวันไปจนถึงเที่ยงคืนตามเวลาไทย โดยมีการวางกำลังตำรวจและอาสาสมัครมากกว่า 75,000 นายรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา
ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกว่า 36 ล้านคน แต่กว่า 15% เป็นคนที่อาศัยอยู่ในไครเมียที่แยกตัวเป็นอิสระไปผนวกกับรัสเซียแล้ว และคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคโดเนตสก์และลูกันสค์ทางภาคตะวันออกที่ลงประชามติแยกตัวจากยูเครนเมื่อ 11 พ.ค. ทำให้จำนวนผู้ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งจะหายไปจำนวนมาก และมีรายงานว่าเกิดเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนรัสเซียในภูมิภาคโดเนตสก์ก่อความรุนแรงที่หน่วยเลือกตั้ง เพื่อข่มขู่ไม่ให้จัดการลงคะแนนเลือกตั้ง โดยบางหน่วยเลือกตั้งถูกจุดไฟเผา ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบางส่วนในภูมิภาคนี้ไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่
การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วม 21 คน โดยมี 3 คนได้ถอนตัวไปแล้ว และหนึ่งในตัวเต็งผู้นำคนใหม่ของยูเครนคือ มหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของธุรกิจช็อกโกแลตรายใหญ่ "นายเปโตร โปโรเชนโก้" ที่มีคะแนนนิยมสูงถึงกว่า 45% และ "นางยูเลีย ทีโมเชนโก้" อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยมีส่วนร่วมก่อปฏิวัติสีส้มในปี 2547 ได้คะแนนนิยมตามมาเป็นอันดับสอง และหากไม่มีใครชนะด้วยคะแนนเสียงเกินกว่า 50% ก็จะต้องจัดการเลือกตั้งรอบที่สองในวันที่ 15 มิ.ย. นี้
เมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) นายกรัฐมนตรีอาร์เซนีย์ ยาเซนยุค ของยูเครนแถลงผ่านโทรทัศน์เรียกร้องให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุดเพื่อปกป้องประเทศชาติ และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของชาวยูเครนจากทุกภาคทั้งภาคตะวันตก ตะวันออก เหนือ และใต้





