จีนห้ามหน่วยงานรัฐใช้วินโดว์ส8 ระบุเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน
จีนสั่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลจากการใช้ระบบปฏิบัติการ (โอเอส) วินโดว์ส 8 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดของบริษัทไมโครซอฟท์ของสหรัฐ โดยคำสั่งห้ามนี้สร้างความเสียหายต่อไมโครซอฟท์ หลังจากไมโครซอฟท์ประสบปัญหาด้านยอดขายในจีนมาเป็นเวลานานแล้ว
ศูนย์การจัดซื้อของรัฐบาลกลางจีนออกคำสั่งห้ามติดตั้งวินโดว์ส 8 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจีน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของประกาศเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนระบุว่า คำสั่งห้ามนี้มีจุดประสงค์เพื่อรับประกันความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ หลังจากไมโครซอฟท์ยุติการสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส เอ็กซ์พี ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในจีน
ไมโครซอฟท์ออกแถลงการณ์ระบุว่า "เราประหลาดใจที่ได้รู้ว่า ประกาศนี้มีการระบุถึงวินโดว์ส 8 ด้วย" และระบุเสริมว่า "ไมโครซอฟท์ได้ทำงานเชิงรุกร่วมกับศูนย์การจัดซื้อของรัฐบาลกลางจีนและหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลจีนตลอดกระบวนการประเมิน เพื่อเป็นการรับประกันว่าผลิตภัณฑ์และบริการของเราผ่านเกณฑ์ในการจัดซื้อของรัฐบาลทุกเกณฑ์"
ไมโครซอฟท์ระบุว่า "เราได้จัดหาวินโดว์ส 7 ให้แก่ลูกค้าภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา และจะทำเช่นนี้ต่อไป และในขณะเดียวกันเราก็กำลังประเมินวินโดว์ส 8 กับหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง"
รัฐบาลจีนและสำนักข่าวซินหัวไม่ได้ชี้แจงแต่อย่างใดว่า การออกคำสั่งห้ามการใช้วินโดว์ส 8 ครั้งนี้เป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานได้อย่างไร หรือเป็นการรับประกันความปลอดภัยได้อย่างไร
จีนถือเป็นตลาดที่สร้างปัญหาให้แก่ไมโครซอฟท์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยนายสตีฟ บอลเมอร์ อดีตซีอีโอของไมโครซอฟท์เคยกล่าวต่อลูกจ้างในปี 2554 ว่า เนื่องจากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ในจีน รายได้ของไมโครซอฟท์ในจีนจึงอยู่ต่ำกว่าในเนเธอร์แลนด์ ถึงแม้ยอดขายคอมพิวเตอร์ในจีนอยู่ในระดับที่เท่ากับในสหรัฐก็ตาม
เดือนที่แล้วไมโครซอฟท์ได้ยุติการสนับสนุนวินโดว์สเอ็กซ์พีที่ใช้กันมานาน 13 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าหันไปใช้วินโดว์สเวอร์ชั่นใหม่ที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยการยุติการสนับสนุนนี้จะส่งผลให้ผู้ใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของแฮคเกอร์และไวรัสคอมพิวเตอร์
บริษัทแคนาลิสระบุว่า "การที่จีนตัดสินใจห้ามใช้วินโดว์ส 8 ในการจัดซื้อของรัฐบาล จะเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของไมโครซอฟท์ในการแทนที่เอ็กซ์พี ด้วยวินโดว์ส 8 โดยเอ็กซ์พีครองส่วนแบ่ง 50% ในตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของจีนในปัจจุบัน"
อย่างไรก็ตามแม้ไมโครซอฟท์จะประกาศยุติการพัฒนาโปรแกรมซัพพอร์ตสำหรับ "วินโดว์ส เอ็กซ์พี" ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 2557 แต่หลังพบช่องโหว่ในอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ 6 - 11 ที่เสี่ยงถูกเจาะข้อมูลส่วนตัว ไมโครซอฟท์ก็ตัดสินใจส่ง "อีเมอร์เจนซี่ อัพเดท" โปรแกรมอุดช่องโหว่ฉุกเฉินสำหรับอินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ ให้ผู้ที่ยังใช้งานเบราเซอร์ดังกล่าวบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส เอ็กซ์พี ซึ่งคาดว่ามีอยู่อีกหลายล้านเครื่องทั่วโลก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่มีผลกระทบร้ายแรง ไมโครซอฟท์ก็ถูกกดดันให้ต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน หลังหน่วยงานรัฐบาลในสหรัฐ, อังกฤษ และเยอรมนีได้แนะนำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เลี่ยงไปใช้เบราเซอร์อื่นที่ไม่ใช่ไออีจนกว่าบริษัทจะแก้ไขสำเร็จ





