"วุฒิ มณีราธ"จากเด็กกำพร้าผงาดซีอีโอ ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้
ไทวะ เซอิกิ กัมพูชา คือ ชื่อของผู้ผลิตเครื่องจักรหลังการเก็บเกี่ยวสัญชาติญี่ปุ่น ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา และเป็นบริษัทแรกในประเทศนี้ ที่นำวัตถุดิบเข้ามาจากญี่ปุ่น เพื่อมาป้อนโรงสีข้าวในกัมพูชา
แม้จะจดทะเบียนในญี่ปุ่น แต่บริษัทที่มีมูลค่าหลายแสนดอลลลาร์แห่งนี้ บริหารงานโดยชายหนุ่มกัมพูชา วัย 37 ปี อดีตเด็กกำพร้าจากสมัยเขมรแดงเรืองอำนาจ "วุฒิ มณีราธ" ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้
วุฒิ เล่าว่า เขาเกิดมาได้ไม่กี่วัน บิดาก็ถูกสังหารโดยคนของรัฐบาลพล พต ผู้นำเขรแดงในขณะนั้น ทำให้มารดาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้เขาได้เรียนหนังสือ และผลการเรียนที่โดดเด่นของเขา ทำให้มารดาตัดสินใจย้ายมาอยู่ในกรุงพนมเปญ เพื่อให้เขาได้เรียนต่อในระดับมัธยม
ผลการเรียนที่ดี และความสามารถที่มีอยู่มากมาย ทำให้วุฒิสอบชิงทุนได้ถึง 3 ทุน และเขาเลือกที่จะเรียนในสาขาวิชาประมง ก่อนที่จะได้ทุนเรียนภาษาอังกฤษ จากสถาบันภาษาต่างประเทศ
การทำงานด้านโครงการสิ่งแวดล้อมกับสถานทูตสหรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนหลังเรียนจบ ยังทำให้นักธุรกิจรายนี้ ได้ทุนเรียนด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศญี่ปุ่น จนจบปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการจัดการใต้น้ำ
ระหว่างเรียนหนังสือในญี่ปุ่นแปดปี นายวุฒิมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลจำนวนมาก รวมถึง เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งกัมพูชา และญี่ปุ่น ทั้งยังได้เป็นประธานสมาคมเยาวชนกัมพูชาในญี่ปุ่น
ความสามารถในการสื่อสารช่วยให้วุฒิได้รู้จักกับนักลงทุนที่มีศักยภาพชาวญี่ปุ่นหลายคน หนึ่งในนั้นคือประธานบริษัท "ไทวะ เซอิกิ" ซึ่งความซื่อสัตย์ และจริงใจของเขา ทำให้วุฒิได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอของบริษัทในกัมพูชาเมื่อปี 2553
ซีอีโอรายนี้ ตั้งเป้าว่า ในอนาคต ไทวะ เซอิกิ กัมพูชา จะกลายเป็นบริษัทกัมพูชา ที่ได้รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น โดยเขาตั้งเป้าที่จะจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ในประเทศ และเปิดรับนักศึกษาเข้าฝึกงานด้วย
สำหรับหนุ่มสาวชาวกัมพูชาที่อยากเป็นซีอีโอ วุฒิแนะนำว่า ต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้ โดยไม่จำเป็นว่าจะอยากเป็นผู้นำหรือไม่ และต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากจะเป็นอะไร





