อียูชี้ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีของกรีซมีแนวโน้มลดลงในปีหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกรีซเริ่มฟื้นตัว
สัดส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกรีซ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เนื่องจากกรีซ เริ่มมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ยอดเกินดุลบัญชีเบื้องต้นก็เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สหภาพยุโรป หรืออียู เปิดเผยรายงานการทบทวนครั้งที่ 4 สำหรับโครงการปรับปรุงเศรษฐกิจของกรีซเมื่อวานนี้พบว่า สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะค่อยๆ ลดลงไปอยู่ที่ 125% ต่อจีดีพีในปี 2563 และอยู่ที่ประมาณ 112% ในปี 2565
หลังจากที่กรีซ เผชิญกับภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขจีดีพีอยู่ในระดับต่ำมากระหว่างปี 2553-2556 กรีซ ก็ต้องเผชิญกับสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่พุ่งสูงสุดไปอยู่ที่ประมาณ 177% ในปี 2556-2557
ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของกรีซหดตัวลง 23% และต้องขอรับเงินช่วยเหลือจากอียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันนี้ กรีซ ได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากต่างชาติไปแล้วกว่า 240,000 ล้านยูโร จากกลุ่มทรอยก้า รวมไปถึงอียู ธนาคารกลางของอียู และไอเอ็มเอฟ แลกกับการที่รัฐบาลกรีซ ต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ตัดลดงบประมาณการใช้จ่ายของประเทศ ปลดเจ้าหน้าที่รัฐออกจากตำแหน่ง ขึ้นภาษี และปฎิรูประบบสวัสดิการบำนาญ รวมถึง ระบบตลาดแรงงาน





