ฟิลิปปินส์คาด สหรัฐลงนามข้อตกลงร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่าง "โอบามา" เดินทางเยือน ตอกย้ำนโยบายให้ความสำคัญเอเชีย
นักการทูตระดับสูงของฟิลิปปินส์เผยว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับฟิลิปปินส์ ที่คาดว่าจะมีการลงนามเดือนนี้ ในระหว่างการเดินทางเยือนของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการที่สหรัฐหันมาให้ความสนใจเอเชีย หลังจากถูกดึงความสนใจไปยังภูมิภาคอื่น
ข้อตกลงในครั้งนี้จะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพร่วมกับฟิลิปปินส์ และจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าบรรดาพันธมิตรของสหรัฐจะได้รับการสนับสนุน ท่ามกลางอิทธิพลของจีนที่กำลังมีมากขึ้น
"สหรัฐมีความตั้งใจที่จะทำตามคำประกาศในการหันมาให้ความสนใจเอเชีย ไม่เพียงในแง่ของความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงในแง่ของการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจอีกด้วย" นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าว พร้อมย้ำว่า การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนถึงเจตนารมย์ของสหรัฐ แม้ก่อนหน้านี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางและสถานการณ์ในยูเครน ได้ดึงความสนใจของสหรัฐไป
ข้อตกลงนี้จะช่วยหนุนขีดความสามารถของฟิลิปปินส์ในการออกลาดตะเวณในทะเลจีนใต้ที่กำลังมีข้อพิพาทกับจีน ซึ่งวางท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น
แต่ถึงแม้จะไม่มีการลงนามเกิดขึ้น กองทัพฟิลิปปินส์ก็จะยังคงได้รับการสนับสนุนมากขึ้นจากสหรัฐ เพราะในปีนี้ ฟิลิปปินส์จะได้รับความช่วยเหลือ 50 ล้านดอลลาร์ จากงบด้านการต่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 10 กว่าปี และอีก 40 ล้านดอลลาร์จากกองทุนฉุกเฉินเพื่อความมั่นคงของโลก
งบประมาณจากกองทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเรือ โดยฟิลิปปินส์อาจได้เรือลาดตระเวณชั้นฮามิลตันเป็นลำที่ 3 หลังจากได้รับ 2 ลำแรกมาจากสหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และนับเป็นเรือรบที่มีความทันสมัยและใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือฟิลิปปินส์
แหล่งข่าวของกองทัพเผยว่า สหรัฐมีแผนที่จะส่งเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินลาดตระเวณทางทะเล'พี3ซี-โอไรออน' และเรือรบชายฝั่ง หมุนเวียนมายังฐานทัพฟิลิปปินส์ภายหลังการลงนาม





