นายแอนตัน ซิลัวนอฟ รัฐมนตรีคลังรัสเซีย เตือนว่า การเติบโตของเศรษฐกิจรัสเซีย อาจหยุดชะงักในปีนี้
โดยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี อาจทรุดลงเหลือแค่ 0.5 หรือ 0% ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ยากลำบากที่สุด นับตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2551
ปีที่แล้ว เศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวเพียง 1.3% ลดลงจาก 4.3% เมื่อปี 2554 โดยผู้เชี่ยวชาญ กล่าวโทษว่าเป็นเพราะรัสเซีย พึ่งพาการส่งออกพลังงานมากเกินไปและขาดการปฏิรูปเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ นายซิลัวนอฟ ยังแสดงความกังวลว่า มีเงินทุนไหลออกนอกประเทศเกือบ 63,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ปัจจัยสำคัญจากปัญหาภูมิศาสตร์ทางการเมือง หลังจากรัสเซียเข้าไปแทรกแซงในวิกฤติยูเครน จากการผนวกดินแดนไครเมียที่เคยเป็นของยูเครน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และยังเกิดกระแสลุกฮือแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน
สาเหตุที่เงินไหลออกเกิดจากการมีการแห่ขายเงินรูเบิลเพื่อแลกเป็นสกุลเงินต่างชาติ เนื่องจากประชาชนและนักลงทุนวิตกถึงความเสี่ยงจากวิกฤติในยูเครน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้ยกเลิกการขายพันธบัตรครั้งใหม่ หลังจากดอกเบี้ยพันธบัตรพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์เมื่อวันจันทร์ เนื่องจากการประท้วงรุนแรงในภาคตะวันออกของยูเครน
นายซินัวลอฟ ยังเตือนให้นายกรัฐมนตรี ดมิทรี เมดเวเดฟ ระมัดระวังการใช้จ่ายมากเกินไปบนแหลมไครเมียด้วย หลังจากนายเมดเวเดฟ สัญญาว่าจะเพิ่มเงินเดือน และเงินบำนาญให้กับชาวไครเมีย และวางแผนการลงทุนขนาดใหญ่





