มีกระแสข่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี เตรียมดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี ตามอย่างเฟด ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านยูโร
มีกระแสข่าวว่า ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี เตรียมดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี ตามอย่างเฟด ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านยูโร
คิวอี คือการพิมพ์เงินออกมา เพื่อซื้อพันธบัตรของประเทศในเขตยูโรโซน และตราสารการเงินของธนาคาร เพื่ออัดสภาพคล่องเข้าไปในระบบ เพื่ออุ้มระบบการเงินทั้งระบบ และดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งหากมีการทำคิวอีจริงก็เท่ากับว่า อีซีบี เข้าร่วมก๊วนพิมพ์เงิน ที่ประกอบด้วย เฟด ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ อย่างเป็นทางการ
ที่ผ่านมาเฟด ทำคิวอีไปแล้วกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2552 แบงก์ชาติอังกฤษ ทำคิวอีไป 375,000 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 2552 บีโอเจ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในรอบล่าสุด หลังจากทำมาแล้ว 6-7ครั้ง ตั้งแต่เศรษฐกิจพัง เมื่อปี 2533
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ข่าวแผนการทำคิวอีของ อีซีบี รั่วไปที่หนังสือพิมพ์เยอรมันแฟรงค์เฟอร์เตอร์ อัลจีไมน์ และหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ นำมาขยายความต่อ และคาดกันว่า มีคนต้องการให้ข่าวนี้รั่วไปถึงเยอรมนี เพื่อให้คนเยอรมัน ออกมาคัดค้านเรื่องนี้ เพราะเยอรมนี เป็นเสาหลักของอียู ที่ต้องการนโยบายการเงินและการคลังแนวอนุรักษ์นิยม
กลับกลายเป็นว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี หรือ บุนเดสแบงก์ นายเจนส์ วิดแมนน์ ออกมาสนับสนุนการทำคิวอี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คัดค้านมาตลอด โดยมองว่า นโยบายนี้เป็นการอัดฉีดการคลังของรัฐบาลโดยทางอ้อม
ซีเอ็นบีซี ระบุว่า ขณะนี้อีซีบี ไม่มีทางเลือก เพราะระบบธนาคารของยุโรปยังมีปัญหาหนัก ต้องพึ่งพาการทำคิวอี เพื่อให้อยู่รอด และหลีกเลี่ยงการแทรกแซงจากรัฐ หรือการโดนรัฐยึดนั่นเอง สรุปว่าเศรษฐกิจของยุโรปยังอ่อนแอ และตัวเลขการตกงานยังสูง
ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ก็กำลังกดดันให้อีซีบี ลดดอกเบี้ยเพิ่ม เพื่อสู้รบกับภาวะเงินฝืด เพราะอีซีบี มีเป้าหมายให้เงินเฟ้ออยู่ที่ 2% แต่ตอนนี้เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.5% เป็นธรรมดาที่ฟองสบู่การเงิน ที่สะสมมานาน เวลาพังจะทำให้เกิดเงินฝืด แต่ธนาคารกลางจะไม่ยอมรับเงินฝืด หรือภาวะที่ราคาทรัพย์สินตก เพราะว่าธนาคารจะขาดทุน เนื่องจากทรัพย์สินเสื่อมค่า ต้องเพิ่มทุนในภาวะที่เงินไม่มี และภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปจะแย่ ธนาคารกลางจึงต้องอัดสภาพคล่อง เพื่อรบกับเงินฝืด หลีกเลี่ยงหนทางที่เจ็บปวดคือการปฏิรูปโครงสร้าง
แต่เศรษฐกิจจริง และการจ้างงานจะไม่ดีขึ้น เพราะว่า นโยบายการเงินไม่ใช่ปัจจัยที่จะช่วยในการฟื้นเศรษฐกิจ โดยคิวอีจะทำให้คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง เพราะเงินเฟ้อกินไปหมด ทั้งยังอาจเป็นตัวการสร้างฟองสบู่การเงินโลกเพิ่มขึ้น กระทบต่อกลุ่มบริคส์ และตลาดเกิดใหม่คือ จะเกิดฟองสบู่ตาม และเมื่อศูนย์กลางการเงินโลกชักเงินกลับ เศรษฐกิจและระบบการเงินของกลุ่มบริคส์ และตลาดเกิดใหม่จะล่มสลาย





