(เจาะปริศนาเอ็มเอช370) ศาลไม่รับคำขอหลักฐานโบอิง-เอ็มเอเอส มาเลย์เปลี่ยนคำพูดสุดท้ายจากห้องนักบิน คนมาเลย์43%พอใจรัฐบาล
ผู้พิพากษาสหรัฐไม่รับคำร้องขอหลักฐานความบกพร่องด้านออกแบบ-ผลิตเครื่องบิน จากบริษัทกฎหมายชั้นนำที่หวังฟ้องกรณีเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สูญหาย ด้านกรมการบินพลเรือนมาเลย์ระบุคำพูดสุดท้ายจากห้องนักบินคือ "กูดไนท์ มาเลเซียน สาม เจ็ด ศูนย์" ไม่ใช่ "ออลไรท์ กูดไนท์" ตามที่ซีอีโอเคยบอก โพลล์ชี้่คนมาเลเซียเพียง 43% พอใจกับการทำงานของรัฐบาลในการไขปมปริศนา
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้พิพากษารัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐ ไม่ยอมรับคำร้องจากบริษัทกฎหมาย ริบเบค ลอว์ ชาร์เตอร์ ที่ขอให้ศาลสั่งให้บริษัทโบอิงกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส (เอ็มเอเอส) เปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับความบกพร่องที่อาจมาจากการออกแบบและการผลิตเครื่องบิน เกี่ยวเนื่องกับการสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส
นอกจากนั้น ผู้พิพากษาเคธีน์ ฟลานาแกน ยังขู่จะดำเนินการกับบริษัทริบเบค ลอว์ ชาร์เตอร์ โดยอ้างถึงกรณีเมื่อครั้งที่บริษัทนี้เคยยื่นคำร้องอย่างไม่เหมาะสม อย่างเมื่อครั้งที่เครื่องบินของสายการบินเอเชียนาแอร์ไลน์สไถลรันเวย์ซานฟรานซิสโกเมื่อปีที่แล้ว
ผู้พิพากษาระบุว่าบริษัทริบเบคทราบดีว่าไม่มีพื้นฐานในการยื่นคำร้อง แต่ก็ยังดำเนินการ
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทริบเบคยื่นคำร้องขอเอกสารจากทั้งสองบริษัทที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพนักงาน รวมถึงข้อตกลงขายและเช่า แต่ทนายความด้านการบินและผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่าการยื่นคำร้องของริบเบคเป็นการเคลื่อนไหวที่เร็วเกินไปและมุ่งสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ทั้งที่ยังไม่ทราบชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดการสูญหายของเครื่องบิน
ด้านทนายความของบริษัทริบเบคกล่าวว่ายังไม่ได้ทบทวนคำตัดสินของผู้พิพากษา แต่บริษัทจะไม่ย่อท้อในความพยายามยื่นฟ้องเอ็มเอเอสกับโบอิง
มาเลย์เปลี่ยนคำพูดสุดท้ายจากห้องนักบิน
กรมการบินพลเรือนมาเลเซียกล่าวว่าคำพูดสุดท้ายที่ออกมาจากห้องนักบินคือ "กูดไนท์ มาเลเซียน สาม เจ็ด ศูนย์" ไม่ใช่การกล่าวราตรีสวัสดิ์อย่างไม่เป็นทางการที่รายงานไปก่อนหน้านี้ว่า "ออลไรท์ กูดไนท์"
การยอมรับข้อผิดพลาดในครั้งนี้มีแนวโน้มจะยิ่งเรียกเสียงวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่มาเลเซีย ในการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370
การบินพลเรือนแถลงยืนยันว่า คำพูดสุดท้ายที่หอบังคับการบินได้รับจากห้องนักบินที่จริงแล้วคือ กูดไนท์มาเลเซียน สาม เจ็ด ศูนย์ เมื่อเวลา 01.19 น.ตามเวลาในมาเลเซีย นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังคงสืบหาความจริงว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของนักบินหรือผู้ช่วยนักบิน
ก่อนหน้านี้ นายอาห์หมัด โยฮารี ยาห์ยา หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส กล่าวเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่าเชื่อกันว่าเสียงที่มาจากห้องนักบินนั้นเป็นเสียงของผู้ช่วยนักบิน
แม้ผู้เชี่ยวชาญการบินกล่าวว่าคำพูดประโยคใหม่จากห้องนักบิน ไม่ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่น่าวิตกของนักบิน แต่มีผู้วิจารณ์เกี่ยวกับการให้ข่าวที่ขัดกันไปมาของมาเลเซีย โดยมีคนโพสต์ข้อความหนึ่งทางทวิตเตอร์ว่า "รัฐบาลมาเลเซียไม่สามารถแม้แต่ระบุได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับคำพูดสุดท้ายของนักบิน แล้วอย่างนี้จะคาดหวังว่าอย่างอื่นจะถูกต้องได้อย่างไร"
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้เปิดเผยบทสนทนาทั้งหมดระหว่างนักบินกับหอควบคุมการบิน พร้อมระบุว่าการสนทนาดูไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น หลังจากการโต้เถียงระหว่างนักข่าวต่างประเทศกับนายฮิชัมมูดดีน ฮุสเซน รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย ที่ยืนยันว่ามาเลเซียไม่ได้ปกปิดสิ่งใดและทำตามกระบวนการที่วางไว้
เจอแค่อุปกรณ์ตกปลา
การค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ยังไม่ได้หลักฐานที่เป็นรูปธรรม ล่าสุดวัตถุสีส้มที่เครื่องบินค้นหาพบเห็นลอยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและเรือไปกู้ขึ้นมาได้ ปรากฎว่าเป็นอุปกรณ์ตกปลา และไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องบิน
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าต้องหาเศษซากชิ้นส่วนให้พบภายในไม่กี่วันนี้ เพื่อจะได้คำนวณหาจุดที่เครื่องบินตกและใช้เครื่องค้นหากล่องดำของสหรัฐ แต่นายเดวิด จอห์นสตัน รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย ยอมรับว่ามีโอกาสน้อยนิดที่จะพบเศษซากชิ้นส่วนเครื่องบินและคำนวณหาจุดที่เครื่องบินตก ได้ทันก่อนแบตเตอรี่ในกล่องดำหมดอายุ
"เราเหลือเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความลึกของน้ำ รวมถึงประเด็นที่ว่าแบตเตอรี่จะมีอายุนานเท่าไร" นายจอห์นสตันระบุ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆ กำลังค้นหาในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ และแม้ในกรณีที่จุดค้นหาแคบลงมาแล้ว เรือโอเชียนชิลด์ต้องลากอุปกรณ์ค้นหากล่องดำด้วยความเร็วเพียง 5 ก.ม.ต่อช.ม. เครื่องจึงสามารถจับสัญญาณจากกล่องดำได้
กองทัพเรือสหรัฐแถลงว่าหากไม่มีการยืนยันว่าพบเศษซาก จะไม่สามารถนำเครื่องค้นหากล่องดำมาใช้ได้ เพราะรัศมีในการค้นหามีประมาณ 1 ไมล์
ด้านพลอากาศเอกแองกัส ฮูสตัน อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลีย ซึ่งรับหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 กล่าวว่าจุดสุดท้ายที่จับได้ว่าเครื่องบินอยู่ไหน เป็นจุดที่อยู่ห่างไกลมาก ดังนั้นการค้นหาจึงน่าจะใช้เวลานาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าต้องใช้เวลากว่า 60 ปีในการค้นหาเรือเอชเอ็มเอเอส ซิดนีย์ ซึ่งถูกเรือรบเยอรมนีจมลงในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2484 ส่วนการค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะได้คำตอบใน 2 สัปดาห์หน้า
"เรื่องนี้อาจยืดเยื้อเป็นเวลานาน ผมคิดว่าในจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องติดตามเบาะแสทั้งหมด" นายพลฮูสตันเสริม
คนมาเลย์43%พอใจรัฐบาล
ศูนย์วิจัยความเห็นเมอร์เดกาได้เผยผลการสำรวจความเห็นประชาชนกว่าพันคนระหว่างวันที่ 13-20 มี.ค. และพบว่าคนมาเลเซียเพียง 43% พอใจกับการที่รัฐบาลรับมือปริศนาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ขณะที่ 50% ไม่พอใจ
อย่างไรก็ตาม นับจากนั้น มีกระแสไม่พอใจคนจีนในหมู่คนมาเลเซียมากขึ้น โดย 2 ใน 3 ของผู้โดยสารเป็นคนจีน ซึ่งญาติๆ ของผู้โดยสารก็แสดงความไม่เชื่อว่าเครื่องบินสูญหาย พร้อมกล่าวหามาเลเซียว่าปกปิดข้อมูล
การสำรวจครั้งนี้พบว่า การทำงานของรัฐบาลกรณีเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ได้รับการสนับสนุนในหมู่ชนเชื้อสายมาเลย์ อันเป็นชนกลุ่มหลักของประเทศ โดย 63% ของชนเชื้อสายมาเลย์พอใจกับการรับมือของรัฐบาล และ 30% ไม่พอใจ
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างจากคนเชื้อสายจีนที่พอใจการทำงานของรัฐบาลเพียง 18% ส่วน 74% ไม่พอใจ ด้านชนเชื้อสายอินเดีย 36% พอใจ ส่วน 59% ไม่พอใจ





