จับตาเกิดภาวะธนาคารล้มละลาย หลังเกิดภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกตามคาดไปแล้ว
จีนเป็นสถานที่ ๆ ต้องจับตามองแทบไม่กระพริบตาในตอนนี้ เพราะภายหลังจากที่เกิดภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกตามคาดไปแล้ว ตอนนี้หลายฝ่ายก็กำลังสงสัยว่าจะเกิดภาวะธนาคารล้มละลายตามมาหรือไม่
ชนวนเหตุของเรื่องนี้คือการที่ลูกค้าแห่ไปถอนเงินฝากออกจากธนาคารท้องถิ่นรายเล็ก 2 แห่งในเมืองเหยียนเฉิง เพราะมีข่าวลือว่ากำลังจะล้มละลายแบบเดียวกับสหกรณ์ท้องถิ่นในเมืองที่ล้มละลายไปเมื่อต้นปี โดยธนาคาร 2 แห่งที่เจอมรสุมถอนเงินฝาก ได้แก่ ธนาคารเจี่ยงซู-เจ้อหยาง ในเมืองเหยียนเฉิง และธนาคารหวงไห่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันชาวจีนแตกตื่นกันง่ายมาก แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่านักลงทุนมีความกังวลเพิ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่รักษากฎระเบียบส่งสัญญาณว่าจะยอมให้มีการผิดนัดชำระหนี้ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายจาง เจ้าหยาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาติงหู ซึ่งเป็นที่ ๆ ธนาคารทั้งสองแห่งตั้งอยู่ กล่าวว่า มีข่าวลือเกิดขึ้นจริง แต่เป็นไปไม่ได้ที่ธนาคารจะล้มละลาย เพราะเรื่องนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากตอนที่สหกรณ์ท้องถิ่นล้มละลาย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนผู้ฝากเงินในเมืองเหยียนเฉิงขึ้นเมื่อสหกรณ์ท้องถิ่นหลายแห่งเกิดขาดแคลนเงินสดจนต้องปิดตัวลง ทำให้สมาชิกสูญเสียเงินที่ฝากไว้เป็นจำนวนมาก แต่สหกรณ์แตกต่างกับธนาคารตรงที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่รักษากฎระเบียบภาคการเงินจึงทำให้เกิดการหมกเม็ดปัญหาจนสถานการณ์บานปลายถึงขั้นต้องปิดตัวลง
อย่างไรก็ตาม ความกังวลของนักลงทุน และผู้ฝากเงินก็เป็นผลพวงมาจากท่าทีของรัฐบาลเองด้วยเพราะเมื่อไม่นานมานี้ ผู้ว่าธนาคารกลางของจีนได้แถลงว่าจะเปิดเสรีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากภายในปีสองปีนี้ ถือเป็นการกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยพูดมา ในเรื่องที่ว่าแบงก์ชาติจะปล่อยให้ธนาคารกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันเองเมื่อไร แต่ก่อนที่จะเปิดเสรีอัตราดอกเบี้ย แบงก์ชาติจะต้องจัดตั้งโครงการรับประกันเงินฝากขึ้นมาก่อน เพื่อปกป้องลูกค้าในกรณีที่การเปิดเสรีจะส่งผลกระทบต่อธนาคารขนาดเล็ก และทำให้สาธารณชนตื่นตระหนก
ความตื่นตระหนกในครั้งนี้ตอกย้ำว่า จีนต้องเร่งจัดตั้งระบบประกันเงินฝากเพื่อปกป้องนักลงทุนในกรณีที่ธนาคารล้มละลาย เพราะชาวมังกรวิตกกังวลเรื่องผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่จะมีต่อสถาบันการเงินกันมากขึ้น แต่จนถึงบัดนี้ แม้ว่าทางการจะบอกว่าจะออกมาตรการรับประกันเงินฝากให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังไม่มีกำหนดเส้นตายที่แน่นอนแต่อย่างใด
สำหรับ 2 ธนาคารที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้เชื่อว่าจะรอดไปได้ด้วยการอัดฉีดเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลท้องถิ่น แต่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าธนาคารชั้นนำที่มีเงินฝากมหาศาลเกิดเรื่องแบบเดียวกันนี้ขึ้น จีนจะเอาเงินที่ไหนไปอุดรอยรั่วมหาศาลนั้น





