หลังนายกฯมาเลย์แถลง เครื่องบินเที่ยวMH370 ตกในมหาสมุทรอินเดีย ไม่มีผู้รอดชีวิต ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้บทเรียนเป็นจุดเปลี่ยนความปลอดภัยการบิน
นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงเมื่อเวลา21.00น.ตามเวลาประเทศ ของวันจันทร์(24มี.ค.) ยืนยันเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินMH370 ที่สูญหายไปกว่า 2 สัปดาห์ ร่วงลงในมหาสมุทรอินเดีย และทางสายการบินได้แจ้งข่าวอันน่าเศร้าสลดนี้แก่ญาติของผู้โดยสารตลอดจนลูกเรือและกัปตันบนเครื่องแล้วว่าไม่มีใครบนเครื่องรอดชีวิต
นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าและเสียใจอย่างยิ่งที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบว่าจากข้อมูลใหม่ที่ได้รับ ยืนยันว่า เครื่องบินโดยสารของมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินMH370 ตกลงในมหาสมุทรอินเดียทางตอนใต้
ด้านสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ ได้แจ้งให้กับบรรดาญาติๆของ239ชีวิตบนเครื่องบินลำดังกล่าวเกี่ยวกับโศกนาฎกรรมครั้งนี้เช่นกัน
ขณะที่ หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทมส์ ของสิงคโปร์ รายงานว่า กรณีเครื่องบินโดยสารสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ก่อให้เกิดคำถามว่ามาเลเซียได้แจ้งกับเพื่อนบ้านหรือไม่ เมื่อเครื่องบินสูญหายไปจากระบบติดตาม เพื่อให้ประเทศในละแวกใกล้เคียงป้องกันตนเองได้ในกรณีที่เป็นการจี้เครื่องบิน และหนึ่งในประเทศเหล่านั้นอาจตกเป็นเป้าเสี่ยงก่อการร้าย
นายโดรอน เบอร์เกอร์เบสต์-ไอลอน อดีตเจ้าหน้าที่ต่อต้านก่อการร้ายอิสราเอลและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยการบินของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอลแสดงความเห็นว่า เครื่องบินกลายเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายการก่อการร้ายทั่วโลก การที่เครื่องบินหายไปลำหนึ่งอาจเป็นสัญญาณการโจมตีครั้งใหญ่ได้ ประเทศใดๆที่ขาดการติดต่อกับเครื่องบินของตน ต้องแจ้งประเทศอื่นทันที
ด้านนายโรฮัน คุนารัตนา ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านก่อการร้ายจากสถาบันระหว่างประเทศศึกษาเอส.ราชารัตนัม กล่าวว่า การสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช370 เป็นจุดเปลี่ยนด้านความปลอดภัยการบินและจะเป็นตัวกระตุ้นบังคับให้รัฐบาลเอเชียปรับปรุงระบบความปลอดภัยด้านการบิน





