วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยูเครน'เตือนการเผชิญหน้าเข้าขั้นใช้กำลัง

"ยูเครน"เตือนการเผชิญหน้าเข้าขั้น"ใช้กำลัง" หลังมีทหารเสียชีวิต ขณะผู้นำหมีขาวลงนามสนธิสัญญาผนวกไครเมีย

ทหารยูเครน 1 นายเสียชีวิตที่ฐานทัพยูเครนหลังจากถูกโจมตีจากกลุ่มไม่ทราบฝ่าย ที่เมืองซิมเฟอโรโพลในไครเมีย นับเป็นการเสียชีวิตรายแรกในไครเมียจากการปะทะกันทางทหารตั้งแต่มีกองกำลังติดอาวุธของรัสเซียเข้าไปในไครเมียเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ในเวลาต่อมา กระทรวงกลาโหมยูเครนแถลงว่า ทหารที่เสียชีวิตถูกยิงขณะประจำการในหอคอยเพื่อจับตาดูยวดยานที่ผ่านเข้าออกฐานทัพ

ด้านสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียรายงานอ้างตำรวจไครเมียว่ากองกำลังป้องกันตนเองของไครเมียเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย

นายกรัฐมนตรีอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุก ของยูเครน ประณามเหตุดังกล่าวว่าเป็นอาชญากรรมสงครามและเรียกร้องให้นานาชาติจัดการเจรจาเพื่อป้องกันความขัดแย้งลุกลาม พร้อมประกาศว่าความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้ปรับขึ้นจากระดับการเมืองสู่ระดับทหารแล้ว ขณะที่กระทรวงกลาโหมยูเครนระบุว่าผู้ลงมือเป็นทหารรัสเซีย พร้อมออกคำสั่งให้ทหารยูเครนในไครเมียใช้อาวุธเพื่อปกป้องชีวิตได้

สถานการณ์ตึงเครียดในไครเมียตึงเครียดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และนายกรัฐมนตรีเซอร์เก อักส์โยนอฟ ของไครเมีย ร่วมลงนามในสนธิสัญญาผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากรัสเซียรับรองไครเมียเป็นรัฐเอกราช และเขาประกาศต่อที่ประชุมสภาว่าไครเมียเคยเป็นและยังคงเป็นดินแดนส่วนหนึ่งที่แยกจากรัสเซียไม่ได้

ต่อจากนั้นประธานาธิบดีปูติน กล่าวปราศรัยต่อฝูงชนราว 120,000 คน ว่าไครเมียได้กลับสู่บ้านเกิดแล้ว ตอนที่อดีตผู้นำสหภาพโซเวียตกยกไครเมียให้ยูเครนเพื่อเป็นของขวัญเมื่อปี 2497 เป็นการปล้นดินแดน พร้อมอ้างว่าชาวไครเมียร้องขอให้รัสเซียปกป้องสิทธิและชีวิต รัสเซียจึงไม่อาจหันหลังให้ได้ และกล่าวหาว่าชาติตะวันตกทำตัวล้ำเส้นที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในยูเครน โดยไม่คำนึงถึงความจริงที่ว่าไครเมียเป็นดินแดนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายรัสเซีย

นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังกล่าวโทษว่าพวกชาตินิยมในยูเครนเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติจนเกิดการแบ่งแยกประเทศ พร้อมยืนยันว่ารัสเซียต้องการอยู่ร่วมกับยูเครนอย่างสันติ และไม่ต้องการยึดพื้นที่อื่น ๆ จากยูเครน