รัฐบาลจีนระกาศแผนการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมเมืองแห่งชาติประจำปี 2557-2563 โดยมุ่งเน้นการสร้างตัวเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากตระหนักถึงความผิดพลาดของแผนมุ่งสู่สังคมเมืองที่ประกาศใช้เมื่อ 35 ปีที่แล้ว รัฐบาลจีนได้นำเอาข้อผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไขแล้วประกาศแผนการพัฒนาประเทศเข้าสู่สังคมเมืองแห่งชาติประจำปี 2557-2563 โดยมุ่งเน้นการสร้างตัวเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นแผนการพัฒนาตัวเมืองอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศ
ผู้อำนวยการกองสารสนเทศจีน "นายสวี หงไฉ" เผยว่า แผนการครั้งนี้จะกลายเป็นแนวทางการพัฒนาตัวเมืองของจีน โดยนำข้อสรุปมาจากบทเรียนทั้งในบ้าน และต่างประเทศ โดยยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการนำประเทศมุ่งสู่สังคมเมืองมาตั้งแต่ปี 2521 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีพื้นที่ชนบทกลายเป็นเขตเมือง มากกว่าการที่ประชาชนอพยพเข้ามาอยู่ในเมือง ตลอดจนเกิด "โรคเมือง" ตามมาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรถติด การจัดการน้ำทิ้ง และขยะได้ในปริมาณต่ำ มลภาวะทางอากาศ น้ำ และดิน
ทั้งนี้ จำนวนผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองอย่างถาวรของจีนมีสัดส่วน 53.7% ของจำนวนประชากร ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 80% ส่วนประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่อหัวในระดับใกล้เคียงกับจีนนั้นมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 60% ส่วนจำนวนประชากรในเมืองที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องนั้นมีสัดส่วนเพียงแค่ 35.7% จากจำนวนประชากรทั้งหมดภายในสิ้นปีที่แล้วจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
แต่ตามแผนใหม่ ภายในปี 2563 ผู้อยู่อาศัยอย่างถาวรในเมืองของจีนจะมีสัดส่วนแตะ 60% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องจะคิดเป็นราว 45% ของประชากรรวม
นายสวีกล่าวว่า "ครั้งนี้รัฐบาลจะเอามนุษย์เป็นศูนย์กลางของแผนมุ่งสู่ความเป็นเมือง" พร้อมย้ำว่าทางการจะแนะแนวทางการไหลเข้าเมืองของประชากรอย่างสมเหตุผล ช่วยให้ชาวชนบทกลายมาเป็นประชากรในเมืองอย่างเป็นระเบียบ และทำให้บริการสาธารณะขั้นพื้นฐานในเมืองสามารถเข้าถึงผู้ที่พักอาศัยในเมืองอย่างถาวรทุกคน
แผนพัฒนาฉบับนี้จะมีการส่งเสริมการก่อสร้างเมืองสีเขียวโดยใช้ความก้าวหน้าเชิงนิเวศน์ในการพัฒนาตัวเมืองให้เกิดการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
นายสวีกล่าวด้วยว่าสัดส่วนตัวเมืองที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้ของชาวชนบทผ่านการจ้างงานในเมืองต่าง ๆ ทั้งยังจะทำให้เกิดความต้องการลงทุนเรื่องโครงสร้างในเมืองมากขึ้น รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ และการก่อสร้างที่พักอาศัย ทั้งยังกระตุ้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจอีกด้วย





