วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สืบประวัติผู้โดยสาร-ลูกเรือ'เอ็มเอช370'

ค้นหาบินมาเลย์ฯ"เอ็มเอช370" ตร.พุ่งเป้าตรวจสอบนักบิน นักบินผู้ช่วย ผู้โดยสาร และลูกเรือ ผู้เชี่ยวชาญชี้เครื่องน่าจะมุ่งลงใต้ มหาสมุทรอินเดีย

ตำรวจมาเลเซียเร่งค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 พุ่งเป้าตรวจสอบนักบิน นักบินผู้ช่วย ผู้โดยสาร และลูกเรือ ขณะ 25 ชาติเพิ่มกำลังค้นหา ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้เครื่องน่าจะมุ่งลงใต้ ไปทางมหาสมุทรอินเดีย เหตุขึ้นเหนือต้องบินผ่านหลายประเทศ เสี่ยงถูกตรวจเจอ สื่อมาเลย์ปฏิเสธสันนิษฐานลงจอดที่เกาะดิเอโกการ์เซีย

นายไฮชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่าประเทศต่างๆ ที่ช่วยค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่สูญหายไปเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเป็น 25 ชาติ

ด้านกระทรวงต่างประเทศมาเลเซียได้บรรยายสรุปให้ผู้แทนจาก 22 ประเทศทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงชาติในเอเชียกลางอย่างคาซัคสถาน อูซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน พร้อมขอความช่วยเหลือในรูปของดาวเทียมกับข้อมูลเรดาร์

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียปฏิเสธสันนิษฐานที่ว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 อาจไปจอดที่เกาะดิเอโกการ์เซีย อันเป็นฐานทัพของสหรัฐในมหาสมุทรอินเดีย โดยนายไฮชัมมุดดินระบุว่าไม่มีการเรียกค่าไถ่ใดๆ

ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ตรวจสอบลูกเรือและผู้โดยสารทุกคนบนเที่ยวบินนี้ รวมถึงวิศวกรที่อาจติดต่อกับเครื่องบินก่อนเครื่องขึ้นบิน แหล่งข่าวเผยว่าเจ้าหน้าที่ยังสอบปากคำพนักงานภาคพื้นดินที่ติดต่อกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ก่อนออกจากสนามบินด้วย

เปิดโผผู้โดยสาร

หนึ่งวันหลังจากเครื่องบินสูญหาย ประธานบริษัทฟรีสเกล เซมิคอนดักเตอร์ ในรัฐเทกซัส กล่าวว่าพนักงานของบริษัท 20 คน โดยสารไปกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ประกอบด้วยพนักงาน 12 คนจากมาเลเซีย และอีก 8 คนจากจีน

ขณะที่บีบีซีรายงานว่าในบรรดาผู้โดยสาร 227 คนและลูกเรือ 12 คนนั้นมีเชื้อชาติต่างกัน 14 เชื้อชาติ 153 คนเป็นคนจีน โดยนอกจากชาวอิหร่าน 2 คนที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมและอยากไปใช้ชีวิตใหม่ในยุโรปแล้ว ยังมีกลุ่มศิลปินจีน 24 คนและอีก 5 คนที่ร่วมเดินทางไปด้วยในจำนวนนี้มีชาวอุยกูร์ 1 คน ทั้งยังมีชาวแคนาดาเชื้อสายอินเดียที่ทำงานกับบริษัทเอกซ์โคลของสหรัฐ และปู่เคยเป็นรัฐมนตรีอินเดียที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางเครื่องบิน

ส่วนชาวอเมริกัน 1 ใน 3 คนที่ไปกับเที่ยวบินนี้ คือนายฟิลิป วูด ผู้บริหารบริษัทไอบีเอ็ม นอกจากนั้นยังมีนายพอล วีคส์จากนิวซีแลนด์ที่เคยเป็นทหารและกำลังจะเริ่มงานใหม่ในตำแหน่งวิศวกรเครื่องกล ทั้งยังมีชาวมาเลเซียที่กำลังเดินทางไปประจำกับสาขาของกระทรวงการค้ามาเลเซียในกรุงปักกิ่ง และมีนายจู คุน ผู้เชี่ยวชาญศิลปป้องกันตัวซึ่งเคยรับบทสตันท์แมนแทนเจต ลี

ค้นบ้านนักบินผู้ช่วย

ตำรวจกล่าวว่าการค้นบ้านนายซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ นักบินวัย 53 ปี พบเครื่องฝึกบินที่ซับซ้อนอยู่ในบ้านแต่ไม่มีอะไรน่าสงสัย โดยนายซาฮารีเป็นคนชื่นชอบการบินมาก และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงฝึกบินกับเครื่องที่ติดตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งสามารถฝึกบินและลงจอดในสภาพต่างๆ กันได้

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สกล่าวว่าไม่เชื่อว่านายซาฮารีจะวินาศกรรมเครื่องบินตัวเอง

เฟซบุ๊คของนายซาฮารี สะท้อนว่าเขาไม่ค่อยชอบรัฐบาล ขณะก่อนหน้าเครื่องบินหายไปวันเดียว นายอันวาร์ อิบราฮิม แกนนำฝ่ายค้าน ถูกตัดสินคดีวิตถารทางเพศและถูกจำคุก 5 ปี หนังสือพิมพ์เดลีเมลของอังกฤษรายงานอ้างแหล่งข่าวตำรวจที่อ้างว่านายซาฮารี จี้เครื่องบินตัวเองหลังจากไม่พอใจที่นายอันวาร์ถูกตัดสินว่ามีความผิด อย่างไรก็ตาม พรรคยุติธรรมประชาชนของนายอันวาร์ กล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่จะดึงพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370

ในเวลาต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบลูกเรือและผู้โดยสารด้วย ซึ่งยังไม่พบแรงจูงใจใดๆ พร้อมกันนี้ตำรวจขอให้สาธารณชนอย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร ล่าสุดตำรวจได้ไปค้นบ้านพักของนักบินผู้ช่วย คือนายฟาริก อับดุล ฮามิด วัย 27 ปี ซึ่งเป็นคนเคร่งศาสนาและจริงจังกับงาน ขณะที่นายไฮชัมมุดดินกล่าวว่านักบินทั้งสองคนไม่ได้ขอบินด้วยกันในเที่ยวบินนี้

ผู้เชี่ยวชาญชี้น่าจะมุ่งลงใต้

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก กล่าวว่าเครื่องบินบินไปถึง 7 ชั่วโมงยังจุดหมายที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นที่ใด โดยข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่าเครื่องบินอาจบินไปทางเหนือยังคาซัคสถานหรือเติร์กเมนิสถานในเอเชียกลาง หรือมุ่งใต้ไปยังมหาสมุทรอินเดีย

ผู้เชี่ยวชาญการบินชี้ว่าหากเครื่องบินพยายามมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ก็ไม่น่าจะบินผ่านน่านฟ้าอินเดีย หรือประเทศอื่นๆ อย่างอัฟกานิสถาน และปากีสถานไปได้โดยไม่ถูกเรดาร์ทหารตรวจพบ

เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินอินเดีย ระบุว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เครื่องบินจะมาทางเหนือ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะบินผ่านน่านฟ้าอินเดียไปคาซัคสถานโดยไม่ถูกตรวจจับ แม้ในกรณีที่เรดาร์พลเรือนในเมืองกัลกัตตาอาจตรวจจับไม่ได้ แต่เรดาร์ทหารจะตรวจจับได้แน่นอน เพราะกองทัพอากาศอินเดียมีเรดาร์หลายแห่งทั่วประเทศ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจไม่เจอเลยสักเรดาร์

คำกล่าวของนายนาจิบเท่ากับตัดทิ้งทฤษฎีก่อนหน้านี้ว่าอาจเป็นผลจากเครื่องยนต์ล้มเหลว หรือระเบิดกลางอากาศ แต่ก่อให้เกิดทฤษฎีใหม่คือการถูกจี้ อาจมีการพยายามก่อการร้าย หรือนักบินหรือพนักงานบนเครื่องอาจลงมือเอง ซึ่งไม่ชัดเจนว่าสันนิษฐานข้อไหนมีน้ำหนัก

ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานว่าเครื่องบินไต่ระดับขึ้นไปสูงถึง 45,000 ฟุต ซึ่งเหนือเพดานบินปกติ ก่อนลดระดับลงเหลือที่ 23,000 ฟุต โดยอ้างว่าได้ข้อมูลจากเรดาร์ทหารของมาเลเซีย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ยืนยันข้อมูลนี้ ขณะที่นายเกอร์รี โซจัตมาน นักวิเคราะห์การบินอิสระในอินโดนีเซีย ชี้ว่าที่ระดับความสูง 45,000 ฟุตอาจทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับความดันในเครื่อง แต่สิ่งที่ยังไม่ทราบคือการเพิ่มและลดระดับการบิน ดำเนินไปอย่างรวดเร็วหรือช้าๆ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานการบินของรัฐบาลกลางสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางอากาศของสหรัฐ กำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมอิมมาร์แซทของอังกฤษ

อินเดียระงับการค้นหา

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้ยุติการค้นหาในทะเลจีนใต้ และมุ่งมาที่มหาสมุทรอินเดีย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดอินเดียได้ระงับการค้นหารอบๆ หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ รวมถึงอ่าวเบงกอล และกำลังรอคำขอใหม่จากมาเลเซีย

พันเอกฮาร์มิต ซิงห์ โฆษกกองบัญชาการทางบก เรือ และอากาศในหมู่เกาะอันดามันกับนิโคบาร์ กล่าวว่าเรือของอินเดีย 6 ลำและเครื่องบิน 5 ลำได้บ่ายหน้าไปยังเกาะคามอร์ตาในหมู่เกาะอันดามันกับนิโคบาร์ ซึ่งอินเดียมีฐานทัพเรืออยู่

ด้านแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่สหรัฐประเมินว่าเครื่องบินน่าจะมุ่งลงใต้ไปทางมหาสมุทรอินเดีย และอาจน้ำมันหมดจนตกลงในที่สุด เพราะน่านฟ้าตอนเหนือค่อนข้างชุกชุมและหากบินไปต้องถูกตรวจจับแน่

มหาสมุทรอินเดียมีความลึกอันดับ 3 ของโลกและมีเรดาร์ครอบคลุมไม่มากนัก อันจะทำให้เจ้าหน้าที่เผชิญงานหนักในการหาเศษซากหรือกล่องบันทึกข้อมูลการบิน อันเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมด

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมพบว่าสัญญาณสุดท้ายที่ส่งมาจากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 คือเวลา 8.11 น. หรือเกือบ 7 ชั่วโมงหลังหันหัวกลับ แต่ข้อมูลไม่ได้ระบุว่าเครื่องบินยังบินอยู่หรืออยู่จุดไหน โดยเวลา 7 ชั่วโมงน่าจะทำให้น้ำมันหมดพอดี สอดคล้องกับที่ผู้บริหารมาเลเซียแอร์ไลน์สกล่าวว่าเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ไม่ได้นำเชื้อเพลิงไปเพิ่ม ทำให้บินได้ 8 ชั่วโมง