ผู้นำยูเครนประกาศจะไม่ใช้กำลังยับยั้งไครเมียจากการแยกตัว หลังสภาไครเมียลงคะแนนเสียงแยกตัว เตรียมผนวกกับรัสเซียหลังลงประชามติ16มี.ค.
นายโอเลกซานเดอร์ เทอร์ชีนอฟ รักษาการประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่ายูเครนจะไม่ใช้กำลังยับยั้่งไครเมียจากการแยกตัว อันเป็นสัญญาณล่าสุดว่าคาบสมุทรที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ อาจใกล้ผนวกเข้ากับรัสเซีย
นายเทอร์ชีนอฟกล่าวว่าการเข้าแทรกแซงในไครเมีย จะทำให้ชายแดนทางตะวันออกของยูเครนเปิดโล่ง และรัสเซียก็ได้นำรถถังจำนวนมากมาประจำการอยู่แถวนี้ พร้อมเผยว่ายูเครนไม่สามารถเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในไครเมียได้ เพราะจะทำให้ชายแดนตะวันออกเปิดโล่งและไม่มีการป้องกัน รัสเซียกำลังยั่วยุรัฐบาลเพื่อเป็นเงื่อนไขในการเข้าแทรกแซงในยูเครน แต่รัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวได้
นายเทอร์ชีนอฟระบุด้วยว่า การลงประชามติเป็นการจัดฉาก และรัฐบาลรัสเซียจะเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์
บรรดามหาอำนาจในโลกเรียกร้องหลายครั้งให้รัสเซียกับยูเครนนั่งลงเจรจาหาทางออกจากวิกฤตการณ์ แต่นายเทอร์ชีนอฟกล่าวว่าผู้นำรัสเซียปฏิเสธที่จะเจรจา
คำพูดของนายเทอร์ชีนอฟมีขึ้นหลังจากสภาไครเมียลงคะแนนเสียงให้แยกตัวเป็นอิสระได้ ก่อนที่จะมีการลงประชามติเข้าร่วมกับรัสเซียในวันที่ 16 มี.ค. การลงประชามติจัดขึ้นโดยบรรดาผู้นำในไครเมียอันเป็นดินแดนที่มีสิทธิปกครองตนเองของยูเครน ผู้นำชุดนี้ของไครเมียได้รับการแต่งตั้งขึ้นเองและไม่ได้รับการยอมรับจากยูเครน เนื่องจากตั้งขึ้นหลังจากประท้วงนาน 3 เดือนที่ทำให้ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ถูกสภาปลดจากตำแหน่งผู้นำ
ในทางกลับกัน รัสเซียก็ไม่ให้การยอมรับนายเทอร์ชีนอฟในฐานะรักษาการประธานาธิบดียูเครน พร้อมยืนยันว่านายยานูโควิชยังเป็นผู้นำที่มีความชอบธรรม
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุกแห่งยูเครน ได้เดินทางไปทำเนียบขาว เพื่อเข้าพบประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ การเดินทางเยือนครั้งนี้น่าจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่รัฐบาลรักษาการยูเครน
นายยัตเซนยุกกล่าวว่าจะใช้การเยือนครั้งนี้ ขอรายละเอียดเกี่ยวกับความช่วยเหลือ 35,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจยูเครนในช่วง 2 ปีข้างหน้า ด้านสหภาพยุโรปก็ประกาศข้อตกลงการค้ามูลค่า 500 ล้านยูโรเพื่อบรรเทาภาระของยูเครน





