กลุ่มสตรีในเมืองสตารีย์ คริม ทางตะวันออกของไครเมีย ประท้วงในวันสตรีสากล วานนี้ (8 มี.ค) เรียกร้องสันติภาพในไครเมีย
ผู้ประท้วงคนหนึ่ง เผยว่า สิ่งที่พวกเธอต้องการคือสันติภาพ และเรียกร้องให้ชาวไครเมียเชื้อสายตาตาร์ ได้อาศัยอยู่บนแผ่นดินของตนเอง เพราะไม่มีแผ่นดินอื่นอีกแล้ว พวกเธอต่อสู้เรื่องนี้มา 70 ปี และไม่ได้ต้องการยั่วยุหรือสร้างศัตรู
ผู้ช่วยผู้บัญชาการดูแลพรมแดนยูเครน "นายเซรีย์ อัสทาคอฟ" กล่าวว่า ขณะนี้มีทหารรัสเซียในไครเมีย 30,000 นาย ขณะที่ก่อนเกิดวิกฤติมีทหารรัสเซีย 11,000 นายในฐานทัพถาวรกองเรือทะเลดำของรัสเซีย
ผู้ประท้วงอีกคนหนึ่ง เรียกร้องให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ถอนทหารออกจากไครเมีย ขณะที่คนอื่น ๆ กล่าวว่า ไครเมียควรอยู่กับยูเครนต่อไป
การเผชิญหน้ากันระหว่างตะวันออก-ตะวันตกครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น เป็นผลจากการโค่นอำนาจประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช พ้นจากอำนาจเมื่อเดือนที่แล้ว หลังการประท้วงในกรุงเคียฟบานปลาย กลายเป็นความรุนแรง และเหตุการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเมื่อวันพฤหัส (6 มี.ค.) ที่ผ่านมา เมื่อรัฐสภาไครเมีย ซึ่งผู้แทนมีเชื้อสายรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ ลงมติให้ไครเมีย แยกตัวออกจากยูเครนไปเข้าร่วมกับรัสเซีย และรัฐบาลไครเมียกำหนดให้ประชาชนลงประชามติในวันที่ 16 มีนาคมนี้





