"ปูติน" ประกาศยังไม่มีความจำเป็นส่งทหารไปยูเครน พร้อมสั่งทหารกลับกรมกอง หลังประกาศซ้อมรบใกล้ชายแดน
นายวลาดิมีร์ ปูตินประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย สั่งให้ทหารกลับเข้ากรมกองและฐานทัพ หลังจากสั่งให้มีการซ้อมรบเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการทำสงครามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การซ้อมรบครั้งนี้ประกอบด้วยกองทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ ที่มีฐานทัพอยู่บริเวณตอนกลางและตะวันตก อันเป็นดินแดนที่ติดกับยูเครนด้วย โดยเมื่อวันก่อนนายปูตินได้ไปชมการซ้อมรบด้วยตนเอง มีทั้งการซ้อมรบสำหรับรถถัง และเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีทหารเข้าร่วม 1,800 นาย
การซ้อมรบมีขึ้นก่อนที่ปูตินจะได้รับไฟเขียวจากสภารัสเซียให้แทรกแซงทางทหารในยูเครนได้ และนายปูตินก็ประกาศว่ามีสิทธิที่จะบุกยูเครนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซียและชาวรัสเซีย ซึ่งรวมถึงฐานทัพเรือทะเลดำในไครเมีย
แต่การประกาศยุติซ้อมรบถูกตีความว่าเป็นสัญญาณแง่บวกจากรัสเซียและดูเหมือนมีเป้าหมายที่การบรรเทาความวิตกว่าจะเกิดสงคราม
ประธานาธิบดีปูตินกล่าวทางโทรทัศน์ในเวลาต่อมา ว่ารัสเซียยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งทหารเข้าไปในยูเครน แต่สงวนสิทธิที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อปกป้องชาวรัสเซียและชาวยูเครนที่อยู่ในยูเครน ในกรณีที่มีความจำเป็น พร้อมปฏิเสธว่าทหารรัสเซียไม่ได้เข้าไปในไครเมีย โดยนายปูตินกล่าวว่ากลุ่มที่ไปปิดล้อมฐานทัพยูเครนในไครเมีย เป็นกองกำลังป้องกันตนเองของคนท้องถิ่น
ผู้นำรัสเซียยังกล่าวว่านายวิกเตอร์ ยานูโควิช ไม่มีอนาคตทางการเมืองแล้ว แต่ยืนยันว่านายยานูโควิชยังเป็นผู้นำยูเครนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และรัสเซียให้ที่พักพิงแก่เขาด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม
ก่อนหน้านี้ ผู้นำชาติตะวันตกขู่ว่ารัสเซียอาจเผชิญผลพวงทั้งทางเศรษฐกิจและการทูต แต่ไม่ได้พิจารณาที่จะตอบใต้ทางทหาร โดยทั้งสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่ากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย กรณีขู่จะใช้กำลังทหารกับยูเครน
ขณะที่นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตรียมเข้าพบผู้นำใหม่ยูเครน เพื่อยืนยันการสนับสนุนของสหรัฐในอธิปไตย อิสรภาพ และบูรณภาพด้านดินแดนของยูเครน ทั้งยังจะเสนอแนวทางให้มีการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยมีองค์การพหุภาคีทำหน้าที่คนกลาง





