เวทีประชุมฯ อาเซียน "พม่า" โชว์ฟอร์มฐานะประธานอาเซียน ยกประเด็นวิกฤติการเมืองไทย เป็นวังวนฉุดไทยถดถอย ทำอาเซียนไม่พัฒนา
การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 20 ที่ประเทศสิงคโปร์ ที่จะมีขึ้น 26-27 ก.พ. นี้ ถือเป็นการประชุมระหว่างประเทศเวทีแรกๆ ในห่วงเวลาที่ไทยอยู่ท่ามกลางวิกฤติทางการเมือง บทบาทและการแสวงหาประโยชน์จากเวทีการประชุมนี้ของไทยจะเป็นอย่างไร
ขณะที่ประเทศอื่นอาเซียน โดยเฉพาะพม่าในฐานะประธานอาเซียนที่ยกหนึ่งในประเด็นที่ต้องการผลักดันในวงเจรจาว่าด้วยเรื่อง "Moving ASEAN beyond 2015" สะท้อนถึงการมองไปข้างหน้าของเพื่อนบ้านอาเซียน ขณะที่ไทยยังอยู่ในวังวนปัญหาการเมืองอยู่นั้น จะทำให้ความพร้อมของไทยถดถอยหรือไม่
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้อาเซียนเหลือระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ก็จะถึงกำหนดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ หรือAEC ซึ่งสาระสำคัญว่าด้วยเรื่องการเปิดเสรีการค้าระหว่างกัน แต่ในทางหลักการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจการเปิดเสรีด้วยการลดภาษีอย่างเดียวไม่เพียงพอ หลังปี 2015 หรือ 2558 อาเซียนต้อง harmonize หรือการประสาน กฎระเบียบทางการค้าร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่การยกเลิกไม่ให้มีภาษีในตอนการเปิดเสรี แต่การ harmonize จะเป็นอีกขั้นของการรวมตัวทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น การที่ประธานอาเซียนอย่างพม่า นำประเด็นอาเซียนหลังปี 2015 เป็นสิ่งที่ไม่ผิดความคาดหมาย และทุกประเทศในอาเซียนต่างก็เตรียมความพร้อม สำหรับเรื่องเหล่านี้ไว้หมดแล้ว รวมถึงไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม การนำอาเซียนไปสู่อีกขั้นของการมีเศรษฐกิจร่วมกัน เป็นเรื่องยากในทางปฎิบัติจริง ซึ่งในการประชุมอาเซียนตลอดทั้งปีนี้ รวมถึงการประชุม AEM Retreat ที่กำลังจะมีขึ้นก็จะได้หารือประเด็นเหล่านี้กัน
คาดว่าที่ประชุมจะนำประเด็นที่สามารถหาข้อสรุปได้ง่ายมาประชุมก่อน เพื่อกำหนดแนวทางการสร้างมาตรฐานทางการค้าของอาเซียนร่วมกัน เช่น การกำหนดมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งทุกประเทศต่างมีอยู่แล้วแต่ต้องปรับให้เหมือนกัน เพื่อให้สินค้าอาเซียนและสินค้าอื่น ที่จะเข้าสู่อาเซียนเคลื่อนไหวเข้าออกได้โดยสะดวก
ทั้งนี้ สินค้าอุตสาหกรรมยิ่งมีเทคโนโลยีสูง จะยิ่งหามาตรฐานร่วมกันง่าย ขณะนี้อาเซียนได้เริ่มเดินหน้าหารือในบางกลุ่มสินค้าแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร อาจมีความยุ่งยากในการกำหนดมาตรฐานทางการค้าร่วมกัน เพราะต้องยอมรับว่าแต่ละประเทศในอาเซียนมีแนวทางการดูแลสินค้าเกษตรต่างกัน ทั้งในฐานะเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค
สถานการณ์ทางการเมืองของไทยว่า คงไม่ใช่ประเด็นหลักที่ประชุมอาเซียนจะนำมาพูดถึง เพราะในทางปฎิบัติจริงปีนี้ การจะหวังให้มีภาพรัฐมนตรีทุกประเทศ ลงนามข้อตกลงหรือเอกสารการประชุมร่วมกันอย่างพร้อมหน้าคงเป็นไปได้ยาก เพราะนอกจากไทยแล้ว มิ.ย.นี้ อินโดนีเซียก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป และอีกระยะกว่าจะมีผู้นำ ทำให้การลงนามเอกสารต่างๆ ในระยะนี้ จึงต้องเป็นการลงนามในลักษณะเวียน (ad-referendum) ประเทศใดพร้อมให้ลงนามก่อนและเวียนให้ประเทศที่เหลือลงนามต่อไป
"สมาชิกอาเซียนได้มีการสอบถามนอกรอบ ถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย โดยได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์ในประเทศไทยว่า จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เนื่องจากจะเกี่ยวพันกับการลงนามเอกสารทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งไทยแจ้งว่า ไทยยังสามารถหารือร่วมกับประเทศสมาชิกและคู่เจรจาได้ แต่ในระยะนี้ยังไม่สามารถลงนามเอกสารทางเศรษฐกิจต่างๆได้ และเมื่อไทยมีรัฐบาลแล้วจะดำเนินกระบวนการภายใน เพื่อให้รัฐมนตรีของไทยลงนามต่อไป ส่วนการประชุมครั้งนี้ มีปลัดกระทรวงพาณิชย์(นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ) เป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม"
สำหรับเอกสารด้านเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีการลงนามในช่วงปีนี้ ได้แก่ พิธีสารอนุวัติข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการชุดที่ 9 และข้อผูกพันเปิดตลาดชุดที่ 9 ซึ่งเอกสารข้างต้นได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว พิธีสารเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบทของความตกลงด้านการลงทุนและตารางข้อสงวน พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงอาเซียนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ความตกลงการค้าบริการและการลงทุน อาเซียน-อินเดีย ไทยได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากผ่านความเห็นชอบจึงจะสามารถลงนามเพื่อร่วมเป็นภาคีได้
สาระการประชุมอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ประเด็นของประธานอาเซียนอีก 2 เรื่อง ได้แก่ PPP for Infrastructure Development และ SMEs Developmant (รวมถึงการพัฒนา SME Credit Rating Agency) นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความคืบหน้าการดำเนินการยกเลิกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ของสินค้าที่แต่ละประเทศนำมาเป็นกรณีตัวอย่าง ในส่วนของไทยได้เสนอมาตรการขออนุญาตนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนเครื่องแต่งกายที่ยังไม่สำเร็จรูป ซึ่งสมาพันธ์สิ่งทอของอาเซียนแจ้งว่าสร้างภาระแก่ภาคเอกชนและไม่ได้รับความสะดวกทางการค้า การจัดลำดับความสำคัญในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน+การเดินทางเยือนแคนาดาของรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (Roadshow to Canada)
การประชุม AEM อย่างเป็นทางการจะมีขึ้น ส.ค. นี้ที่ประเทศพม่า ซึ่งไทยน่าจะได้มีรัฐบาลเพื่อส่งผู้แทนไทยเข้าไปเป็นตัวแทนในการเจรจาพูดคุย เพื่อแสวงหาประโยชน์ในเวทีระหว่างประเทศอย่างอาเซียนได้แล้ว เพราะขณะนี้แม้ในทางปฎิบัติการที่ไทยยังไม่มีรัฐบาลไปเป็นผู้แทนอยู่ในที่ประชุม ซึ่งก็ดูเหมือนไม่มีผลอะไร แต่จริงๆ แล้วในวงเจรจา ว่ากันว่า จะไม่มีประเทศใดนำประเด็นข้อเจรจาหารือใดๆมาเสนอให้ไทยทั้งสิ้นเพราะรู้ว่าพูดไปก็ตัดสินใจอะไรไม่ได้ หากสถานการณ์นี้เป็นไปในช่วงสั้นๆก็คงไม่มีปัญหาอะไร
"หากการเมืองไทยลากยาวออกไป ก็แทบจะจินตนาการไม่ออกว่า ไทยหลังปี 2015 จะพร้อมก้าวไปกับอาเซียนอื่นๆอย่างไร" แหล่งข่าวให้ความเห็น





