นักวิทย์จีนเตือนมลพิษอากาศเลวร้ายคล้ายภาวะ "ฤดูหนาวนิวเคลียร์" ถ่วงกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช เสี่ยงกระทบปริมาณอาหารในประเทศ
เมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) มลพิษทางอากาศในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน อยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ทางการเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน เช่นเดียวกับอีก 6 มณฑลทางเหนือของประเทศที่เผชิญกับภาวะหมอกควันพิษปกคลุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ จากการระงับเที่ยวบิน ระงับการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ปิดถนนบางสายและนักท่องเที่ยวลดลง
ล่าสุด นางเหอ ตงเซียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะวิศวกรรมพลเรือนและทรัพยากรแหล่งน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรกรรมจีน เปิดเผยผลการวิจัยใหม่ที่พบว่า มลพิษอากาศลดปริมาณแสงอาทิตย์ภายในโรงเรือนกรีนเฮาส์ลงประมาณ 50% และชะลอกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชช้าลงอย่างมาก
นางเหอทดสอบสมมติฐานดังกล่าวด้วยการเพาะเมล็ดพริกและมะเขือเทศภายใต้แสงเทียมจากห้องทดลอง กับอีกกลุ่มปลูกในโรงเรือนแบบกรีนเฮาส์ พบว่า ในห้องทดลอง เมล็ดพันธุ์งอกใน 20 วัน แต่ในโรงเรือน ใช้เวลากว่าสองเดือน เธอเตือนว่าหากหมอกควันพิษยังดำเนินอยู่ต่อไป ภาคเกษตรกรรมของจีนจะได้รับผลกระทบรุนแรง เผชิญกับสภาพคล้ายกับฤดูหนาวนิวเคลียร์ หรือปรากฎการณ์หลังระเบิดนิวเคลียร์ที่ก่อให้เกิดฝุ่น ควันและเขม่าพุ่งขึ้นไปในชั้นบรรยากาศโลกจนบดบังแสงอาทิตย์
ก่อนหน้านี้ สถาบันสังคมศาสตร์เซี่ยงไฮ้ อ้างรายงานฉบับหนึ่งที่ระบุว่า มลพิษในกรุงปักกิ่ง ทำให้มหานครแห่งนี้ไม่เหมาะสมที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ ขณะที่นายหลี่ จุนเฟิง ที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกของรัฐบาลเองก็ระบุว่า หมอกควันพิษอยู่ในระดับที่ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป
ชาวจีนเริ่มแสดงความโกรธแค้นต่อมลพิษอากาศที่แก้ไม่ตก และแสดงออกด้วยการยื่นฟ้อง ซึ่งหัวหน้าวิศวกรสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเมือง กล่าวว่า การยื่นฟ้องสะท้อนการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของสังคม และไม่ว่าผลการฟ้องร้องจะออกมาอย่างไร ทางสำนักงานก็พยายามต่อสู้กับมลพิษทางอากาศอย่างเต็มที่





