กลุ่มพันธมิตรประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ออกแถลงการณ์รับประกันถึงการส่งมอบอำนาจสู่รัฐบาลใหม่
สถานการณ์ในยูเครนเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หลังปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จตุรัสเอกราช หรือ ไมดาน ในกรุงเคียฟ ที่ผู้ประท้วงใช้ปักหลักชุมนุมขับไล่รัฐบาลมานาน 3 เดือนกลายเป็นเหตุนองเลือด มีการใช้สไนเปอร์ยิงสังหารผู้ประท้วงเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสัปดาห์ที่ผ่านมา 77 ราย
เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) รัฐบาลยูเครนซึ่งยังอยู่ภายใต้การนำของกลุ่มพันธมิตรประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ออกแถลงการณ์รับประกันถึงการส่งมอบอำนาจสู่รัฐบาลใหม่ว่า จะเป็นไปอย่างราบรื่น โดยกระทรวงต่าง ๆ ยังคงทำงานตามปกติ และรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการถ่ายโอนอำนาจดังกล่าว ที่จะดำเนินไปภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังในวันเดียวกันนี้ นายวิทาลี คลิตเชนโก ผู้นำฝ่ายค้านยูเครน เรียกร้องให้รัฐสภาจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ แทนที่จะเป็นก่อนสิ้นเดือนธันวาคมตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงสงบศึก พร้อมกันนี้ รัฐสภายูเครนยังอนุมัติให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญเดิมที่ลดอำนาจประธานาธิบดี และผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ประท้วง ที่ถูกกล่าวหาก่อความรุนแรง ตลอดจนการลงมติแก้กฎหมายให้ปล่อยตัวนางยูเลีย ทีโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีและคู่แข่งทางการเมืองของนายยานูโควิชออกจากเรือนจำ โดยมีส.ส.หลายสิบคนจากพรรคของนายยานูโควิชเองที่ออกเสียงสนับสนุน
รายงานข่าวล่าสุด ระบุว่า นายยานูโควิชเดินทางออกจากกรุงเคียฟ ไปยังเมืองคาร์คิฟ ทางตะวันออกที่ติดกับชายแดนรัสเซีย และทำเนียบประธานาธิบดีก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่แล้ว ทำให้บรรดาผู้ประท้วงพากันบุกเข้ายึดทำเนียบได้เป็นผลสำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งนายโอเล็กซานเดอร์ เทอร์ไชนอฟ พันธมิตรของนางทีโมเชนโก ขึ้นเป็นประธานรัฐสภา และตั้งนายอาร์เซน อาสวาคอฟ ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย





