สปป.ลาว เป็นประเทศน่าสนใจลงทุน เนื่องจากมีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง และยังเป็นคู่ค้าสำคัญรายหนึ่งของไทยอีกด้วย
ระยะเวลาที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีผลเต็มรูปแบบในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ก็ใกล้เข้ามาทุกที สปป.ลาวเป็นประเทศที่น่าสนใจศึกษาโอกาสการค้าการลงทุน เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยทั้งด้านกายภาพ ทั้งมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม
เศรษฐกิจสปป.ลาวที่กำลังเติบโต ยังคงมีโอกาสด้านการค้าการลงทุนที่คนไทยควรให้ความสำคัญ มีชายแดนติดกับประเทศไทย ทั้งทางบกและทางน้ำเป็นแนวยาวถึง 1,810 กิโลเมตร
คนไทยคนลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันรวมทั้งมีประวัติศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมร่วมกัน ที่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีสองประเทศใดในโลก ที่จะมีความคล้ายคลึงกันมากเท่าสปป.ลาวกับไทย
เศรษฐกิจของสปป.ลาวมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีแบบตลาดเมื่อปี 2529 เศรษฐกิจสปป.ลาวขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 6.2 ต่อปี นับเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน
ทั้งนี้ปี 2556 เศรษฐกิจสปป.ลาวมีอัตราการเจริญเติบโต (GDP) สูงถึงร้อยละ 7.6 ซึ่งสูงมากกว่าจีนที่มีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 7.5 ในปีเดียวกัน ทว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวประสบกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงถึงร้อยละ -21.9 ของ GDP เนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น และมีข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตเพื่อการส่งออก
สปป.ลาวเป็นคู่ค้าสำคัญรายหนึ่งของไทย ไทยได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สปป.ลาวส่งออกและนำเข้าสินค้ากับไทยเป็นอันดับหนึ่ง สินค้าหลักที่สปป.ลาวส่งออก คือ แร่ทองคำ ทองแดง และพลังงานไฟฟ้า ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมัน รถยนต์และส่วนประกอบ การส่งออกของ สปป.ลาว ปี 2556 มีมูลค่า 3,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.9 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6,940 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสปป.ลาว คือ การทำเหมืองแร่และพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า ทรัพยากรสำคัญของสปป.ลาว ได้แก่ ไม้ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหินลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน กล่าวได้ว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวขับเคลื่อนโดยอาศัยรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI)
การลงทุนในสปป.ลาวส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีนและเวียดนาม อันดับสามคือนักลงทุนไทย กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ คือ กิจการการทำเหมือง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27 และด้านกิจการการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ด้านการเกษตร ด้านโรงแรมและร้านอาหาร ด้านการสื่อสาร สำหรับการลงทุนของไทยในสปป.ลาวในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนด้านการเกษตร ด้านการบริการ ด้านโรงแรมและร้านอาหาร และด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ประเด็นที่กำลังได้รับการจับตามองกรณีเศรษฐกิจสปป.ลาว คือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แลกด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ปัญหามลภาวะที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ รัฐบาล สปป.ลาวตระหนักถึงประเด็นดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรแต่เพียงอย่างเดียว ธุรกิจการท่องเที่ยวและการเกษตรเพื่อการส่งออกจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลสปป.ลาว ให้ความสำคัญ รางวัล “แหล่งท่องเที่ยวยอดเยี่ยมของโลก 2556” ที่ได้จากยุโรป เป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นโอกาสที่น่าสนใจ การเกษตรของสปป.ลาวยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนามากนัก เกษตรกรลาวยังเคยชินกับการทำการเกษตรแบบยังชีพ อิงธรรมชาติ ลงทุนน้อย ดังนั้น หากมีการร่วมทุนในอุตสาหกรรมการเกษตรร่วมกันในรูปแบบของเกษตรกรพันธะสัญญา (Contract Farming) ย่อมก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน และนักลงทุนไทยก็สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ของสปป.ลาว
แต่นักลงทุนไทยต้องมีแผนดำเนินงานเป็นขั้นตอน มีการฝึกอบรมเกษตรกรลาวทั้งในห้องเรียนและฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิต และสร้างความมั่นใจว่าผลตอบแทนจะคุ้มค่าต่อการลงทุน ที่สำคัญนักลงทุนควรคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม มีความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ โดยไม่ควรนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาขายในสปป. ลาว และควรคำถึงถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เช่นกัน





