หมอกควันหนาจากการแผ้วถางป่าในอินโดนีเซียยังคงปกคลุมเกาะสุมาตราเมื่อวานนี้ (13 ก.พ.)
การลักลอบเผาป่าและที่ดินโดยผิดกฎหมายบนเกาะสุมาตราเพื่อเตรียมใช้ปลูกต้นปาล์มน้ำมันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานสำหรับอินโดนีเซีย ซึ่งบางครั้งส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย
นายสะลามัต ริยาดี เจ้าหน้าที่ด้านการวิเคราะห์ของสำนักอุตุนิยมวิทยาและธรณีวิทยาอินโดนีเซีย กล่าวว่า ฝนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหยุดการขยายวงของหมอกควัน จากการวิเคราะห์ของสำนักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในสุดสัปดาห์นี้จะมีโอกาสฝนตกโปรยปรายในปริมาณเบาบางถึงปานกลาง เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ค่อนแข้งแห้งแล้ง และจะมีฝนตกตามปกติในเดือนมีนาคมนี้
ด้านนายไซนาล อาริฟิน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดรีเยา กล่าวว่า ระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า 10 ไมครอนหรืออนุภาคขนาดเล็กในอากาศซึ่งเป็นอันตรายมากที่สุดต่อสุขภาพ ขึ้นไปถึงระดับส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว
นายสุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติรายงานว่า บริเวณที่มีหมอกควันปกคลุมหลายจุดอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์บนเกาะสุมาตรา ซึ่งรวมถึงจังหวัดรีเยา จังหวัดสุมาตราเหนือ จังหวัดอาเจะห์ จังหวัดจัมบี และจังหวัดสุมาตราใต้
การสำรวจทางดาวเทียมระบุว่า บริเวณที่เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 470 จุด บนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว นับจนถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จากที่ก่อนหน้านี้มีเพียง 187 จุด ที่ผ่านมาอินโดนีเซียเผชิญไฟป่า ซึ่งเป็นผลมาจากการเผาป่า เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใหม่ นับตั้งแต่ทศวรรษหลังปี 2533 โดยหมอกควันที่เกิดจากไฟป่ายังปกคลุมประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และทำให้เกิดการสูญเสียทางการเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์





