วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เต็งเส่ง'สั่งรัฐบาลดูประท้วงไทยเป็นบทเรียน

สื่อเมียนมาร์เผยประธานาธิบดีเต็งเส่ง สั่งรัฐบาลศึกษาบทเรียนไทย-บังกลาเทศ เตรียมพร้อมรับเหตุไม่สงบจากความขัดแย้งเรื่องปฏิรูปรัฐธรรมนูญ

นิตยสารอิระวดีฉบับออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง มีคำสั่งลับเมื่อเดือนที่แล้ว กำชับให้รัฐบาลเตรียมพร้อมรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุรุนแรงและการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ สืบเนื่องจากความเห็นขัดแย้งเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ที่ร่างโดยกองทัพและถูกมองว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ปรับปรุงแก้ไข

ทั้งนี้ ในคำสั่งที่นิตยสารอิระวดีได้รับมา ลงวันที่ 27 มกราคม ขึ้นหัวว่า"เสถียรภาพและความสงบเรียบร้อยของประเทศ" และจัดชั้นเอกสารว่า"ลับสุดยอด" ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กำชับให้รัฐมนตรีสอดส่องความเรียบร้อยก่อนหน้าการสำรวจสำมะโนประชากรทั่วประเทศในเดือนมีนาคม และการประชุมระดับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนตลอดปี หลังจากเมียนมาร์รับหน้าที่ประธานอาเซียนในปีนี้ นอกจากนี้ นายเต็ง เส่ง ยังเป็นห่วงความแตกแยกในรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ไม่สงบนอกสภาอย่างการชุมนุมประท้วงของมวลชนและเหตุรุนแรงทางการเมือง หากถึงตอนนั้น รัฐบาลเมียนมาร์อาจจะเผชิญกับแรงกดดันจากสื่อในและต่างประเทศ

โดยประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ระบุในคำสั่งว่า นักเคลื่อนไหวที่มีแนวคิดตรงข้ามกับรัฐบาล กำลังระดมเสียงสนับสนุนเป้าหมายทางการเมืองของพวกเขา และเตือนว่า การเคลื่อนไหวเหล่านี้เองอาจนำไปสู่เหตุไม่สงบ พร้อมกันนี้ ผู้นำพม่ายังกำชับให้รัฐมนตรีศึกษากรณีของไทยและบังกลาเทศ เพื่อป้องกันสถานการณ์เกิดซ้ำรอยในพม่า ส่วนหนึ่งทำได้โดยการสื่อสารการทำงานของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับทราบ

คำสั่งของผู้นำเมียนมาร์มีขึ้นในช่วงเดียวกับที่นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า กำลังโหมรณรงค์สนับสนุนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ เมื่อเธอเดินทางไปปราศรัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐชินและกะเหรี่ยงเมื่อเดือนที่แล้วปรากฏว่า มีผู้ประชาชนออกมาเข้าร่วมสนับสนุนหลายหมื่นคน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการที่รัฐสภาพม่าตั้งขึ้นมา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ เอ็นจีโอ พรรคการเมือง และหน่วยงานต่างๆ ได้เปิดเผยผลรับฟังว่า ส่วนใหญ่จากผู้เสนอแนะ 2.8 หมื่นรายสนับสนุนให้แก้ไข กระนั้น ท้ายรายงานอ้างด้วยว่า มีประชาชนกว่าแสนคนเข้าชื่อในคำร้องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ