วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อียูกำหนดโทษจำคุกเทรดเดอร์ฉ้อโกง

สภายุโรปมีมติออกบทลงโทษจำคุกต่อบรรดาเทรดเดอร์ที่ฉ้อโกงในทุกประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป

สภายุโรปมีมติขั้นสุดท้ายในการออกบทลงโทษจำคุกต่อบรรดาเทรดเดอร์ที่ฉ้อโกงในทุกประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปหรืออียู เนื่องจากต้องการปราบปรามการทำธุรกิจโดยใช้ข้อมูลวงในและเข้ามาปั่นดอกเบี้่ยหรืออัตราอื่นๆ ในตลาด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่มีกระแสความไม่พอใจอย่างมากในยุโรปเกี่ยวกับการปั่นอัตราดอกเบี้ยอย่างกรณี "ไลบอร์" ซึ่งทำให้อียูต้องปรับสถาบันการเงิน 6 แห่งรวม 1,700 ล้านยูโรหรือราว 69,000 ล้านบาทเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สมาชิกสภายุโรป "นางอาร์ลีน แมคคาร์ธี" ซึ่งเป็นผู้นำประเด็นนี้เข้าสู่สภา ระบุว่า นับตั้งแต่วิกฤติการเงินเมื่อปี 2551 เกิดกรณีร้ายแรงเกี่ยวกับการฉ้อโกงและแทรกแซงตลาดหลายครั้ง ตัวอย่างเช่นกรณีอื้อฉาวอย่างการปั่นดอกเบี้ยไลบอร์ที่ถูกเปิดโปง แต่กลับไม่มีใครถูกลงโทษจำคุก

นางแมคคาร์ธี ระบุว่า กฎใหม่นี้จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าไม่มีแหล่งหลบเลี่ยงกฎหมายที่ปลอดภัยในอียู สำหรับผู้มีพฤติกรรมทุจริตในตลาดอีกต่อไป และรับประกันได้ว่าผู้ที่มีพฤติกรรมในลักษณะเหล่านี้อาจมีโทษจำคุกในสมาชิกอียูทั้ง 28 ประเทศ

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู เสนอให้การลงโทษคดีอาญานั้น ๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละประเทศสมาชิก

อย่างไรก็ตาม การตกลงขั้นสุดท้ายกำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูสามารถจำคุกผู้ทำธุรกิจโดยใช้ข้อมูลวงในและแทรกแซงตลาดในกรณีร้ายแรงที่สุดด้วยโทษสูงสุดอย่างน้อย 4 ปี ทำให้แต่ละประเทศสามารถใช้ดุลยพินิจลงโทษให้หนักขึ้นได้ตามต้องการ ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลวงในจะถูกลงโทษจำคุกอย่างน้อย 2 ปี

นอกจากนั้น อียูยังกำหนดโทษให้มีการเรียกค่าปรับได้สูงสุด 5 ล้านยูโรสำหรับเทรดเดอร์ที่ทำผิด

สมาชิกอียูมีเวลา 2 ปีในการนำกฎระเบียบใหม่ไปบังคับใช้ ทันทีที่มีการประกาศให้มีผล ซึ่งคาดว่าจะเป็นเดือนมิ.ย. ประเด็นที่เป็นคำถามคืออังกฤษจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่เพราะข้อตกลงพิเศษที่ทำไว้นั้น ให้เวลาอังกฤษ 3 เดือนในการตัดสินใจว่าต้องการร่วมใช้กฎใหม่หรือไม่

ปัจจุบัน สมาชิกอียูมีบทลงโทษไม่เท่ากัน โดยบางประเทศไม่มีข้อหาทางอาญาสำหรับการเปิดเผยข้อมูลวงใน