ผู้ว่าการธนาคารกลางหลายประเทศ ระบุ ความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจโลกจะไร้เสถียรภาพจากการลดหรือยกเลิกนโยบายการเงินผ่อนปรน เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล
ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น "นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ" กล่าวในระหว่างร่วมเสวนาที่เวทีการประชุมเศรษฐกิจโลกหรือดับเบิลยูอีเอฟว่า การที่ภาวะเศรษฐกิจกลับมาอยู่ในสภาพเป็นปกติอย่างเช่นทุกวันนี้ คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่แตกต่างจากในอดีต หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นเลือกใช้แนวทางอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาล เพื่อให้เศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัยหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่เผชิญมายาวนาน
ทางด้านรัฐมนตรีคลังอังกฤษ "นายจอร์จ ออสบอร์น" ให้ความเห็นเช่นกันว่า การที่ธนาคารกลางอังกฤษเลือกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวนหลายพันล้านปอนด์ มีส่วนทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
ปัจจุบัน การดำเนินโยบายผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณหรือคิวอี ใช้เงินจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์ และยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าชาติที่นำมาตรการดังกล่าวมาใช้ จะยกเลิกนโยบายเมื่อใด หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ประกาศลดปริมาณเงินที่ใช้ทำคิวอีลง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่ชาติสมาชิกอาเซียนแถลงในที่ประชุมเศรษฐกิจโลก เมืองดาวอสว่า อาเซียนมีความแข็งแกร่งสูงสุดเมื่อประเทศสมาชิกร่วมมือกัน พร้อมกับมีการหารือถึงอนาคตของอาเซียนท่ามกลางความขัดแย้งทางเขตแดนกับจีน
รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม "นายฟาม บินห์ มินห์" กล่าวว่า อาเซียนมีจุดแข็งเมื่อรวมตัวกันเจรจาในฐานะสมาคมอาเซียน แม้ที่ผ่านมาจะมีการแทรกแซงจากมหาอำนาจจีนซึ่งไม่ใช่สมาชิก และสานความสัมพันธ์กับแต่ละประเทศในกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนามกล่าวว่า ความเป็นปึกแผ่นของอาเซียนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้ในบางกรณี เช่น ความขัดแย้งทางเขตแดน และความสัมพันธ์แบบทวิภาคี อาจส่งผลกระทบบ้างก็ตาม





