คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมหลายรัฐในออสเตรเลีย บางพื้นที่อุณหภูมิเพิ่มสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ช่วยกระพือไฟป่ารุนแรงขึ้น
พื้นที่ทางตอนใต้ของออสเตรเลียกำลังเผชิญคลื่นความร้อนระดับรุนแรงที่เป็นสาเหตุของไฟป่าในรัฐทางฝั่งตะวันตกของประเทศที่เผาทำลายบ้านเรือนแล้ว 55 หลังคาเรือน และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย อุณหภูมิอากาศสูงถึง 40 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ขณะที่ทางการรัฐวิคตอเรียที่อยู่ติดกันได้สั่งห้ามการจุดไฟใดๆนอกบ้านระหว่างที่มีการแข่งขันเทนนิส ออสเตรเลียน โอเพ่น ที่มีผู้เล่นเป็นลมและอาเจียนเพราะต้องแข่งขันท่ามกลางอากาศร้อนจัด จนผู้จัดการแข่งขันต้องประกาศหยุดการแข่งขันในช่วงบ่ายวานนี้ (16 ม.ค.) ในช่วงที่มีอากาศร้อนจัดและแดดแรง
ทั้งนี้ รัฐวิคตอเรียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2451 มีรายงานว่ามีผู้ป่วยด้วยอาการหัวใจวาย 109 ราย และ รถพยาบาลถูกเรียกไปรับผู้ป่วยอาการหัวใจวายมากถึงเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยจำนวนครั้งในช่วงเวลาปกติ
ขณะเดียวกันหน่วยดับเพลิงรัฐเซาท์ ออสเตรเลีย ประเมินว่ามีจุดที่เกิดไฟป่าที่เสี่ยงต่อการลุกลามในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้าถึง 800 กว่าจุด ส่วนในรัฐวิคตอเรียมีการระบุจุดเกิดไฟป่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาถึง 1,000 จุด ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุของไฟมาจากฟ้าผ่า โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมได้เพียง 39 จุด และมีจุดวิกฤติไฟป่าอีก 4 จุด
ทางการยังกังวลว่าสภาพอากาศในวันนี้ (17 ม.ค.) จะหนุนให้ไฟป่าลุกลามไปได้ทั่ว เนื่องจากจะเกิดกระแสลมแรงเนื่องจากมวลอากาศเย็นเคลื่อนตัวเข้ามาปะทะกับคลื่นความร้อน
องค์กรคลังสมอง อย่างสภาสภาพอากาศ เปิดเผยว่าผลการวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่าออสเตรเลียจะเผชิญคลื่นความร้อนยาวนานและบ่อยครั้งขึ้น ทำให้ออสเตรเลียมีวันที่มีอากาศร้อนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ด้านนาย วิลล์ สเตฟเฟน แห่งสภาสภาพอากาศ ให้ความเห็นว่าออสเตรเลียมักจะเผชิญกับสภาพอากาศร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกกำลังทำให้ออสเตรเลียร้อนยิ่งขึ้นไปอีก คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกิดขึ้นต่อเนื่องจากปีที่มีอากาศร้อนรุนแรง เป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นสถิติ และ ปีที่ร้อนที่สุดเป็นสถิติใหม่ของประเทศ





