บริษัทญี่ปุ่นเล็งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมากขึ้น หลังราคาหุ้นของบริษัทร่วมชาติที่เข้าจดทะเบียนในตลาดนี้พุ่งสูงขึ้น
บริษัทญี่ปุ่นเล็งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมากขึ้น หลังราคาหุ้นของบริษัทร่วมชาติที่เข้าจดทะเบียนในตลาดนี้ พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แม้บริษัทต่างชาติจำนวนมากขึ้น จะล้มแผนเข้าระดมทุนในฮ่องกงก็ตาม
แม้ฮ่องกงจะได้ชื่อว่าเป็นตลาดที่ธุรกิจจีน ที่ต้องการระดมเงินทุนจากตลาดเงินระหว่างประเทศ นิยมเข้ามาจดทะเบียนกันอย่างมาก แต่ตลาดนี้มีบริษัทญี่ปุ่นเข้าจดทะเบียนเพียง 3 รายเท่านั้น
แต่ราคาหุ้นที่ทะยานขึ้นอย่างมากของบริษัทญี่ปุ่นทั้ง 3 รายในตลาด ประกอบกับโอกาสที่จะสร้างแบรนด์ในจีน หากเข้าจดทะเบียนในฮ่องกง ทำให้มีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้น ภายใต้การนำของยูนิโคล่ ผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่น โดยเมื่อปีที่แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเป็นรองแค่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ของสหรัฐ ในแง่ของการระดมทุน ผ่านการนำเสนอหุ้นเท่านั้น
แหล่งข่าวเผยว่า ฟาสต์ รีเทลลิ่ง โค บริษัทแม่ของยูนิโคล่ เชนเสื้อผ้าลำลอง ตั้งเป้าที่จะจดทะเบียนในฮ่องกง เป็นตลาดที่ 2 ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยบริษัทได้ว่าข้างมอร์แกน สแตนเลย์ วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐ เข้ามาเป็นผู้จัดการการจดทะเบียนดังกล่าวให้
หากประสบความสำเร็จ กลุ่มบริษัทค้าปลีกรายนี้ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นอยู่แล้ว จะกลายเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายที่ 4 ที่เข้าระดมทุนในฮ่องกงในรอบหลายปี โดยก่อนหน้านี้ เอสบีไอ โฮลดิ้งส์ อิงค์ กลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจไล่ตั้งแต่การเงิน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ เข้าระดมทุน 20 ล้านดอลลาร์ ในฮ่องกง เมื่อเดือนเม.ย. 2554 ตามด้วยไดนัม เจแปน โฮลดิ้งส์ โค ผู้บริหารกิจการร้านปาจิงโกะ ที่เข้าระดมทุน 202 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนส.ค. 2555 และ อีคอนเท็กซ์เอเชีย ระดมทุน 58 ล้านดอลลาร์ เมื่อเเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า ฟาสต์ รีเทลลิง จะทำไอพีโอในตลาดฮ่องกง เมื่อใด โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดนี้ จะช่วยหนุนการทำธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิง ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน ที่ยูนิโคล่ มีร้านสาขาอยู่ทั้งหมด 251 แห่ง และ 19 แห่งในฮ่องกง เทียบกับจำนวน 17 สาขาในสหรัฐ
นายเอ็ดเวิร์ด อู นักวิเคราะห์จากเดอลอยต์ ในจีน ชี้ว่า บริษัทญี่ปุ่น หวังที่จะเข้าจดทะเบียนในฮ่องกง เพราะจะทำให้บริษัทสามารถเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ ทั้งในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ และในเอเชีย ทั้งการเข้าจดทะเบียนในตลาดนี้ ยังทำให้สามารถระดมทุนสกุลเงินหยวนได้ ผ่านทางการขายหุ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงในเรื่องค่าเงิน หากมีแผนที่จะขยายธุรกิจในตลาดจีนต่อไป





