วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเครนยกระดับชุมนุมไล่ประธานาธิบดี

พรรคฝ่ายค้านยูเครนยกระดับการชุมนุม จัดตั้ง "ขบวนการประชาชนไมดาน" กดดันขับไล่ประธานาธิบดีที่ฝักใฝ่รัสเซีย

พรรคฝ่ายค้านยูเครน เป็นแกนนำจัดตั้ง "ขบวนการประชาชนไมดาน" เพื่อเพิ่มแรงกดดันขับไล่ประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช หลังจัดม็อบยืดยาวมา 5 สัปดาห์ และแรงกดดันจากประชาชนเริ่มแผ่ว เพราะมีผู้ประท้วงลดลง

"ขบวนการประชาชนไมดาน" ประกอบไปด้วยพรรคการเมือง องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และถอดถอนอัยการและผู้พิพากษาที่คอร์รัปชั่น โดยใช้ชื่อในภาษายูเครนของจตุรัสเอกราชในกรุงเคียฟ ที่กลุ่มผู้ประท้วงปักหลักชุมนุมประท้วงมานานนับเดือนเป็นชื่อของขบวนการภาคประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลเข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวนี้ เพื่อร่วมกันกดดัน

ประธานาธิบดียานูโควิช ที่ได้ลงนามความร่วมมือ และรับความช่วยเหลือจากรัสเซียมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 465,000 ล้านบาท) โดยความเคลื่อนไหวนี้เป็นยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อยกระดับการชุมนุมให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อบีบให้รัฐบาลลาออกและจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่

ประชาชนชาวยูเครนต่างไม่พอใจที่ประธานาธิบดียานูโควิชให้ความสำคัญกับรัสเซียมากกว่าการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป (อียู) ที่เป็นความหวังของชาวยูเครนที่เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของตนดีขึ้น และได้ออกมาชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ (22 ธ.ค.) มีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 70,000 คน

นายวิทาลี คลิชต์โก แชมป์มวยโลกและผู้นำฝ่ายค้านประกาศจะจัดการชุมนุมต่อไปจนถึงช่วงปีใหม่ โดยจะฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ณ จตุรัสเสรีภาพกลางกรุงเคียฟที่ผู้ประท้วงยึดเป็นฐานที่มั่นมาตลอดหลังจากประธานาธิบดียานูโควิช ยกเลิกการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองกับอียูเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการชุมนุมที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ทำให้จำนวนผู้ชุมนุมลดน้อยลงแต่อาจทำให้มีการหันไปใช้วิธีการรุนแรง ซึ่งจะทำให้สถานการณ์อันตรายอย่างมาก และผู้ประท้วงบางคนเริ่มหมดความอดทนต่อการขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของบรรดาแกนนำผู้ชุมนุม การดึงคนให้ปักหลักชุมนุมท่ามกลางอากาศหนาวจัดในขณะนี้จึงเป็นความท้าทายอย่างมากของพรรคฝ่ายค้าน

ทั้งยังมองว่า การได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซีย จะทำให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้หนทางการต่อสู้ของฝ่ายค้านถูกจำกัดแคบลง