สมัชชาใหญ่สหประชาชาติมีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองร่างมติที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนตัวจากการถูกสอดแนมโดยผิดกฎหมายทางออนไลน์
เยอรมนีและบราซิลนำเสนอร่างมติดังกล่าวภายหลังมีรายงานสหรัฐทำจารกรรมในหลายประเทศ เช่น สอดแนมข้อมูลประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ ของบราซิล และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายตกใจ รวมทั้งมิตรประเทศต่างไม่พอใจอย่างยิ่ง แม้มติของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของคนทั่วโลกและสิทธิทางการเมือง.
วันเดียวกันนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญของทำเนียบขาว เสนอให้มีการจำกัดอำนาจการดักฟังของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ หรือ เอ็นเอสเอ เพราะการสอดแนมขนานใหญ่เพื่อทำสงครามปราบปรามก่อการร้ายไปไกลเกินกว่าเหตุมากแล้ว
คณะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและข่าวกรอง 5 คน ที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ ออกรายงาน 300 หน้า ประกอบด้วยข้อเสนอแนะ 46 ข้อ ในการปรับนโยบายสอดแนมของสหรัฐ หลังจากถูกนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างเอ็นเอสเอ เปิดโปงจนสร้างความไม่พอใจให้แก่พันธมิตรสหรัฐและกลุ่มเสรีภาพประชาชน
รายงานแนะว่า เอ็นเอสเอควรยุติการเก็บบันทึกการโทรศัพท์ในประเทศ ปรับปรุงการตรวจสอบการสอดแนมผู้นำโลก คุ้มครองความเป็นส่วนตัวของชาวต่างชาติ และเพิ่มความโปร่งใสในการดักฟัง
อย่างไรก็ดี ยังไม่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีโอบามาจะรับข้อเสนอที่ไม่มีผลผูกพันนี้หรือไม่ แต่เขาจะตัดสินใจเรื่องนี้ระหว่างพักผ่อนสิ้นปีที่เกาะฮาวาย จากนั้นจะแถลงต่อชาวอเมริกันในการแถลงนโยบายประจำปีเดือนมกราคม
ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดของนายสโนว์เดนนั้น ล่าสุด วุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ของบราซิลสนับสนุนการให้ที่ลี้ภัยทางการเมืองแก่นายสโนว์เดน ที่นำความลับเรื่องการดักฟังโทรศัพท์ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐออกมาเปิดโปง ก่อนหน้านี้นายสโนว์เดน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงบราซิล ว่าอยากช่วยเหลือบราซิลในเรื่อง นี้แต่เขาต้องการขอลี้ภัยทางการเมืองในบราซิล
ปัจจุบัน นายสโนว์เดน ยังลี้ภัยชั่วคราวอยู่ในรัสเซีย แต่จะครบกำหนดในเดือนสิงหาคมปีหน้า





