การลงทุนในต่างประเทศของจีน เพิ่มเป็นกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้
กระทรวงพาณิชย์จีนรายงานว่าการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเป็น 80,200 ล้านดอลลาร์ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งสูงกว่าการลงทุนของปีที่แล้วทั้งปีที่จำนวน 77,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การลงทุนในต่างแดนคำนวณจากข้อตกลงที่แล้วเสร็จ เพิ่มขึ้น 28.3%
การลงทุนในรัสเซียทะยานขึ้น 685% สำหรับการลงทุนในสหรัฐพุ่งขึ้น 232.2% นายเฉิน ตันหยาง โฆษกกระทรวง อธิบายว่าการลงทุนในรัสเซียทะยานขึ้นผลจากมีโครงการสำคัญๆ มากมาย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด กล่าวเพียงว่าจีนกำลังกระหายที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศ ทำให้อัตราการลงทุนอยู่ในระดับสูง
นายเฉินกล่าวว่าในอนาคต กระทรวงพาณิชย์จะพยายามผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการทำข้อตกลงในต่างแดน เพื่อเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทและเอกชน
ทั้งนี้ บริษัทรอสเนฟต์ ผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำของรัสเซีย ประกาศเมื่อเดือนต.ค.ว่าได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัทซีเอ็นพีซี อันเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน เพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งแรกของสองประเทศ สำหรับพัฒนาบ่อน้ำมันทางตะวันออกของไซบีเรีย แต่ไม่มีการพูดถึงมูลค่าข้อตกลง
นอกจากนั้น เมื่อเดือนมิ.ย. ซีเอ็นพีซียังทำข้อตกลงซื้อหุ้น 20% ในโครงการก๊าซธรรมชาติเหลวแถบอาร์กติกของรัสเซีย
ที่ผ่านมา จีนเข้าถือครองสินทรัพย์ต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคพลังงานและทรัพยากร เพื่อนำไปเป็นพื้นฐานในการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนก.ย. ผู้ถือหุ้นของบริษัทสมิธฟิลด์ฟูดส์ ยักษ์ใหญ่เนื้อหมูสหรัฐ ตกลงให้บริษัทชวงฮุ่นอินเตอร์เนชันแนลของจีน เข้าถือครองในข้อตกลงมูลค่า 7,100 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการเข้าถือครองบริษัทอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดของจีน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่าจีนระมัดระวังเกี่ยวกับการประกาศการลงทุนใหญ่ๆ ในต่างประเทศ เพราะวิตกว่าสื่อจะนำไปตีความมากเกินไป โดยเจ้าหน้าที่คนนี้กล่าวว่าสื่อมักนำข้อตกลงไปเชื่อมโยงกับรัฐบาล ทั้งที่จริงๆ แล้วบริษัทต่างๆ ไม่ได้ฟังรัฐบาล แต่ตัดสินใจเอง





