นายกรัฐมนตรี "เอนดา เคนนี" ให้คำมั่นว่า ไอร์แลนด์จะไม่กลับไปสู่วัฒนธรรม "การเก็งกำไรและโลภ" อีก หลังหลุดพ้นจากความช่วยเหลือของนานาชาติ
ไอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในยูโรโซนที่พ้นจากโครงการให้ความช่วยเหลือ แต่ยังไม่สามารถเฉลิมฉลองได้ เพราะประเทศยังต้องรัดเข็มขัดต่อไป แม้ว่าจะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือระยะเวลาสามปีแล้วก็ตาม นายเคนนีแถลงต่อประชาชนผ่านสถานีโทรทัศน์ไอริชเมื่อวานนี้ เรียกการออกจากโครงการรับความช่วยเหลือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญ แต่ยังไม่สิ้นสุด และเตือนว่าชีวิตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน
ไอร์แลนด์เข้ารับความช่วยเหลือมูลค่า 85,000 ล้านยูโร จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ และสหภาพยุโรปหรืออียูในเดือนพฤศจิกายน 2553 หลังจากธนาคารล่มและเกิดฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศ
หลังจากทนทุกข์กับมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ปัจจุบันไอร์แลนด์ไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ต่างประเทศอีกแล้ว ขณะที่ประเทศยูโรโซนอื่น ๆ ทั้งกรีซ โปรตุเกส และไซปรัส ยังติดอยู่ในกระบวนการรับความช่วยเหลือทางการเงิน
นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์กล่าวขอบคุณประชาชน และประกาศว่าสัปดาห์นี้รัฐบาลจะเผยแผนเศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่ปัจจุบันถึงปี 2563 แผนดังกล่าวจะสร้างหลักประกันว่าเสถียรภาพของไอร์แลนด์จะไม่ถูกคุกคามโดยการเก็งกำไรและความโลภอีก ภายใต้แผนเศรษฐกิจนี้ไอร์แลนด์จะลดหนี้สาธารณะลงหนึ่งในสี่ สอดคล้องกับขนาดของเศรษฐกิจ และการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นถึงกว่าสองล้านคน





