ชาวยูเครนเกือบ 3 แสนคนร่วมชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการใกล้ชิดกับชาติตะวันตกมากขึ้น หลังอียูระงับการเจรจาความร่วมมือ
ชาวยูเครนเกือบ 3 แสนคนร่วมชุมนุมท่ามกลางอากาศหนาวจัดเมื่อวานนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการใกล้ชิดกับชาติตะวันตกมากขึ้น หลังสหภาพยุโรปหรืออียูระงับการเจรจาความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากรัฐบาลยูเครนต้องการมีสายสัมพันธ์กับรัสเซียมากกว่า
ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่มีประชากร 46 ล้านคนแห่งนี้ ตกอยู่ภายใต้สงครามทางการทูตตั้งแต่ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ตัดสินใจแบบเหนือความคาดหมายเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่อนุมัติข้อตกลงที่สร้างความสัมพันธ์ครั้งประวัติศาสตร์กับอียู แต่หันไปผูกสัมพันธ์กับอดีตเจ้านายเก่า "รัสเซีย" แทน
คณะกรรมาธิการขยายสมาชิกภาพอียู "นายสเตฟาน ฟูเล" ทวิตข้อความว่า อียูระงับการเจรจาทุกอย่างจนกว่าจะได้รับ "พันธะสัญญาที่ชัดเจน" จากนายยานูโควิช ว่ายูเครนจริงจังกับข้อตกลงนี้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมิโคลา อาซารอฟ ของยูเครน ยืนยันกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ว่าการรวมตัวกับยุโรปยังคงเป็นความสำคัญอันดับแรกของยูเครน
นายยานูโควิชมีกำหนดเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในกรุงมอสโกวันพรุ่งนี้ ผู้สนับสนุนอียูเกรงว่าผลของการประชุมจะทำให้ยูเครนและรัสเซียเป็นพันธมิตรกับหนักแน่นยิ่งขึ้น
ด้านผู้ชุมนุมมีแผนประท้วงใหญ่อีกครั้ง ในช่วงที่นายยานูโควิชบินไปพบกับนายปูติน ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน "นายจอห์น แมคเคน" กล่าวว่า สหรัฐยืนเคียงข้างชาวยูเครนทุกคน





