กรีซติดอันดับ 6 ประเทศที่มีเงื่อนไขการดำรงชีวิตเลวร้ายที่สุดในสหภาพยุโรป
สำนักงานสถิติแห่งชาติกรีซหรืออีเอสวายอีรายงานว่า ปีที่แล้วครัวเรือนเกือบหนึ่งในห้าของกรีซต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลน ทำให้กรีซติดอันดับหกประเทศที่มีเงื่อนไขการดำรงชีวิตเลวร้ายที่สุดในสหภาพยุโรป
อีเอสวายอีรายงานว่า ในปี 2555 หลังวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประชากร 19.5% มีปัญหาการได้รับสินค้าและบริการพื้นฐานที่หลากหลาย ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาระหว่าง 2551-2555 การขาดแคลนทางวัตถุเพิ่มมากขึ้นในสินค้าและบริการพื้นฐานอย่างน้อย 4 จาก 9 ประเภท ยิ่งกว่านั้นคือ ในปี 2555 ประชากรโดยรวม 19.5% ต้องประสบกับภาระทางการเงินในการเข้าถึงสินค้าและบริการเหล่านี้
ความจำเป็นพื้นฐานดังกล่าวรวมถึงความสามารถในการเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า การได้ไปเที่ยวในวันหยุด รับประทานเนื้อสัตว์ทุก ๆ สองวัน การให้ความร้อนภายในบ้าน หรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ความยากแค้นนี้ส่งกระทบต่อประชากรยากจน 76.3% รวมทั้งประชากรไม่ยากจนอีก 30.8%
กรีซเข้าสู่วิกฤติในปี 2553 หลังความกังวลเรื่องปัญหางบประมาณผลักดันให้กรีซกู้ยืมเงินเกินเพดาน จนรัฐบาลในสมัยนั้นต้องของความช่วยเหลือจากอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศต้องล้มละลาย แลกกับการที่กรีซต้องยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวด จากการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐและปลดข้าราชการ ลดค่าจ้าง ขึ้นภาษี ส่งผลให้การว่างงานพุ่งสูงขึ้น
รายงานของอีเอสวายอีระบุด้วยว่า ประเทศยุโรปที่มีมาตรฐานการดำรงชีวิตดีสุด 5 อันดับแรกคือ สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ส่วนห้าอันดับสุดท้ายคือบัลแกเรีย โรมาเนีย ลัตเวีย ฮังการี และลิทัวเนีย





