"ลี เซียน หลุง" นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ สั่งตั้งกรรมการสอบเหตุจลาจลแรงงานต่างชาติ ซึ่งถือเป็นเหตุครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี
เหตุการณ์คนงานชาวเอเชียใต้กว่า 400 คนในสิงคโปร์ก่อการจลาจล เมื่อคืนวันอาทิตย์ (8 ธ.ค.) ถือเป็นเหตุจลาจลใหญ่ในรอบ 40 ปี ของเมืองลอดช่อง หลังจากรถบัส ซึ่งขับโดยพลเมืองชาวสิงคโปร์ ได้ชนแรงงานชาวอินเดียเสียชีวิตหนึ่งคน และต่อมาได้เกิดเหตุบานปลาย ทำให้เจ้าหน้าที่และพลเรือนบาดเจ็บ 39 ราย รถยนต์เสียหายอย่างน้อย 6 คัน โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ 27 รายเป็นคนเชื้อสายเอเชียใต้ ขณะที่ นายกรัฐมนตรี สิงคโปร์ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ
ด้าน นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า เหตุจลาจลครั้งนี้ร้ายแรงมาก ไม่ว่าจลาจลครั้งนี้จะมีชนวนมาจากอะไร ก็ไม่มีข้อแก้ตัวที่จะก่อเหตุรุนแรงขึ้นมา รวมถึงการทำงานและการแสดงพฤติกรรมแบบอาชญากร รัฐบาลจะดำเนินความพยายามอย่างเต็มที่ในการหาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษ
ขณะที่ นายเตียว ชี เฮียน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย แถลงว่า นี่เป็นเหตุร้ายแรงส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินทางราชการเสียหาย
สิงคโปร์ขาดแคลนแรงงานจึงต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานจากเอเชียใต้ที่ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการก่อสร้าง และมักจะรวมตัวกันในย่านลิตเติ้ลอินเดียในวันหยุด เพื่อจับจ่ายซื้อของ รับประทานอาหาร และดื่มสังสรรค์ ส่วนเหตุจลาจลครั้งนี้มีแนวโน้มจะจุดชนวนความวิตกเกี่ยวกับความไม่พอใจในหมู่คนงานต่างชาติที่ได้ค่าแรงต่ำ
อย่างไรก็ดี นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในสิงคโปร์ เผยว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างชาติในสิงคโปร์ เพราะแรงงานจำนวนมากถูกควบคุมให้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่แออัด และต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดการจลาจล





