ชาวแอฟริกาใต้ตื่นขึ้นมาในเช้าวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมเพื่อเผชิญกับอนาคตที่ไม่มีนายเนลสัน แมนเดลา อีกต่อไป
บางคนหวั่นเกรงว่าการจากไปของผู้นำผู้ต่อต้านการเหยียดผิว จะทำให้ประเทศเสี่ยงเกิดความตึงเครียดเรื่องเชื้อชาติและสังคมอีกครั้ง หลังนายแมนเดลาพยายามทุ่มเทเพื่อทำให้เรื่องนี้สงบลง
อรุณรุ่งผ่านพ้นไปคนทำงานมุ่งหน้าสู่กรุงพริทอเรีย เมืองศูนย์กลางการค้าอย่าง "นครโจฮันเนสเบิร์ก" และเมืองเคปทาวน์ทางตอนใต้ หลายคนยังคงตกใจกับข่าวการจากไปของชายผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความปรองดองและอยู่ร่วมกันอย่างสันติของโลก
ประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา ประกาศต่อชาวแอฟริกาใต้ตั้งแต่คืนวันพฤหัสที่ 5 ธันวาคมว่า อดีตประธานาธิบดีผู้เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสิ้นลมแล้วอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่บ้านพักในนครโจฮันเนสเบิร์ก หลังจากล้มป่วยมาเป็นเวลานาน
แม้จะมีคำรับรองจากบรรดาผู้นำและบุคคลสาธารณะว่า การถึงแก่อสัญกรรมของนายแมนเดลาไม่อาจหยุดยั้งความก้าวหน้าของแอฟริกาใต้หลังจากผ่านยุคแบ่งแยกสีผิวอันขมขื่นในอดีตได้ แต่บางคนยังแสดงความกังวลต่อการไม่มีชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างสันติภาพ
ชารอน เทมบิซา วัย 28 ปี จากเมืองเทมบิซา กล่าวขณะมุ่งหน้าไปทำงานในเมือโจฮันเนสเบิร์กว่า อนาคตคงไม่ดี เธอคิดว่าประเทศจะมีการเหยียดผิวมากขึ้น ประชาชนจะหันหลังให้กันและไล่ชาวต่างประเทศออกไป นายแมนเดลาเป็นเพียงผู้เดียวที่รักษาสิ่งต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน
ผู้นำและผู้มีตำแหน่งสำคัญทั่วโลก อาทิ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ และผู้ดำเนินรายการทอล์คโชว์สหรัฐ "โอปราห์ วินฟรีย์" ต่างไว้อาลัยต่อนายแมนเดลา มหาบุรุษผู้ทรงคุณธรรมและเป็นแบบอย่างของโลก แต่สำหรับแอฟริกาใต้การสูญเสียผู้นำที่รักยิ่งเกิดขึ้นในขณะที่ประเทศซึ่งได้รับการยกย่องจากทั่วโลกหลังสิ้นสุดการแบ่งแยกผิว กำลังเผชิญกับความไม่สงบด้านแรงงานถึงขั้นนองเลือด การประท้วงเรื่องการบริการที่ย่ำแย่ ความยากจน อาชญากรรม การว่างงาน และการคอร์รัปชันที่ให้รัฐบาลแปดเปื้อนขึ้นเรื่อยๆ
หลายคนมองว่าวันนี้ของแอฟริกาใต้ ประเทศที่เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีป แต่เป็นประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกด้วย ยังคงห่างจากความเป็น "ชาติสีรุ้ง" อุดมคติแห่งสังคมสันติสุขและแบ่งปันความมั่งคั่งร่วมกัน ที่นายแมนเดลาประกาศอย่างเป็นทางการด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะหลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในปี 2533
นายโจเซฟ โคซี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัย 36 ปีจากย่านอเล็กซานดราในโจฮันเนสเบิร์ก เปิดเผยว่า รู้สึกเหมือนสูญเสียบิดาที่คอยดูแลตัวเขา การเป็นคนผิวสีที่ไม่มีเส้นสายมีแต่เรื่องเสียเปรียบ นายโคซีกล่าวถึงนายแมนเดลาโดยเรียกชื่อที่เรียกกันในครอบครัวว่า การไม่มี "มาดิบา" ทำให้เขารู้สึกเหมือนไร้โอกาส คนรวยจะยิ่งรวยขึ้นและลืมเรื่องราวคนยากจนไปโดยง่าย คนจนไม่มีความหมายสำหรับคนรวย ดูนักการเมืองในประเทศนี้ไม่มีใครเหมือนมาดิบาเลยสักคน





